ไม่ว่าจะเป็นเหล่าใดก็ตาม ให้ลองพิจารณาดูอาจจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย
๑. ตรวจดูคุณสมบัติของตัวเองว่าขัดต่อระเบียบการของเหล่านั้น ๆ หรือไม่ จากระเบียบการเก่า ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงเดือนธันวาคม ที่เริ่มจำหน่ายใบสมัครสอบ ข้อกำหนดเหล่านี้มักจะเหมือนกันทุก ๆ ปี อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงบ้างเล็กน้อย ต้องสนใจศึกษาระเบียบการ โดยเฉพาะการสอบพลศึกษา การตรวจโรคโดยแพทย์เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการตรวจ
จากแพทย์ของโรงพยาบาลทหาร และโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งมักจะเกี่ยวข้อง
โดยตรงกับการตรวจร่างกายในการสอบรอบสอง แต่ก็มิใช่ว่าจะยึดถือเอา
ผลการตรวจครั้งที่ได้นี้ มาเป็นข้อโต้แย้งกับกรรมการแพทย์ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการสอบรอบที่สอง เนื่องจากระยะเวลาห่างกันหลายเดือน สภาพร่างกายอาจเปลี่ยนไปจากเดิมด้วยสภาพแวดล้อม แต่การตรวจร่างกาย
โดยแพทย์ จะมีประโยชน์ในกรณีที่พบว่า เป็นผู้ที่มีสายตาสั้นเกินกำำหนด
สายตาเอียง ตาบอดสี หรือโรคอื่นๆ ที่บ่งบอกไว้ในระเบียบการแล้วว่าเป็น
นตท.ไม่ได้ บุคคลเหล่านี้จะได้เลิกล้มความคิดที่จะเป็น นตท.ซะเลย แต่ถ้าตรวจพบอาการ เช่น ฟันผุ ฟันเก หรือสายตาสั้นเล็กน้อย หรือความดันโลหิตไม่ปกติ ็จะได้ป้องกันแก้ไขได้ทันท่วงทีร่างกายพิกัดความสูงและน้ำหนักของร่างกายยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ก็จะได้ปรับปรุงแก้ไข
หมั่นส่องกระจกทุกเช้า (ที่เห็นทั้งตัว) ดูว่าไหล่ห่อ ไหล่เอียง ตัวเอียงหรือเปล่า
เวลาเดินเป็นอย่างไรก็ให้เพื่อนช่วยดูด้วย ถ้าไม่ดีให้รีบแก้ไข
๒. ดูใจของตัวเองว่าชอบมั๊ย? ชอบเพราะอะไร ทำไมถึงชอบ ถ้าชอบจริงๆ
จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม จงเตรียมตัวด้วยการศึกษารายละเอียดและปฏิบัติตามข้อ ๑ แต่ถ้าไม่ชอบแล้วต้องถูกบังคับจะด้วยทางตรงหรือทางอ้อม
ก็อย่าลำบากฝืนใจทำ เพราะทุกๆปี จะมี นตท.ปี ๑ จากทุกเหล่าที่ระหว่างเป็นนักเรียนใหม่ และเมื่อขึ้นเป็นนักเรียนเหล่าปี ๑ แล้วต้องลาออกไปเพราะทนต่อระบบการปรับปรุง ลักษณะทหาร และลักษณะผู้นำไม่ไหวทนไม่ไหว
ทั้งสภาพร่างกายและสภาพจิตใจที่ถูกกดดัน และส่วนหนึ่งของคนเหล่านี้ก็คือ
คนที่ไม่อยากจะเป็นทหารหรือตำรวจมาตั้งแต่เริ่มแรก แต่จำเป็นต้องทำตามความต้องการของ พ่อ-แม่ โดยคิดว่าคงจะผ่านพ้นไปได้ ดังนั้นจึงขอแนะนำว่า
ถ้าไม่ต้องการจะเป็นทหารหรือตำรวจจริงๆแล้วก็อย่าฝืนใจตัวเองบอกคุณพ่อคุณแม่ไปตามตรงเลย เชื่อว่าท่านจะเข้าใจ แล้วก็จะสบายไปทุกฝ่าย
๓. ดูความพร้อมของตนเองทั้งทางสมองและทางร่างกายว่าพร้อมมั๊ย ?
ยังขาดอะไรบ้าง
- ทางด้านสมอง จงตั้งใจเรียนทุกวิชาที่ครูสอน และให้ความสนใจเป็นพิเศษในวิชาที่มีการสอบแข่งขันเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ที่ต้องตั้งใจเรียนทุกวิชา
เพราะวิชาการต่างๆ มักมีความเชื่อมโยงกัน เป็นการฝึกตนเองให้มีความอดทนต่อความกดดันต่างๆในทุกสภาวะ ทำให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา หมั่นทำแบบฝึกหัดให้คล่อง ทำแล้วทำอีกจนเกิดความชำนาญในการตีปัญหาข้อสอบ ซึ่งข้อสอบของทุกเหล่าจะออกยากมากบางคนทำไม่ได้ตั้งแต่ตีความโจทย์ไม่ออกว่า
เขาถามอะไร วิธีการทำแบบฝึกหัดบ่อยๆจะช่วยได้มากหมั่นเข้าหาครูบาอาจารย์
ทำให้ท่านเมตตา เอ็นดู เชื่อว่าครูจะชอบด้วยซ้ำไป ที่ได้มีโอกาสสอนลูกศิษย์
ให้มีโอกาสเจริญก้าวหน้าในชีวิตได้ ถ้าทำอย่างนี้ได้ตั้งแต่ต้นอาจจะตั้งแต่เปิดเทอมเดือนพฤษภาคม โอกาสที่จะสอบชนะคนอื่นก็มีมาก ซึ่งก็มีหลาย คนที่ทำแบบนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการกวดวิชา เพื่อสอบเป็นนักเรียนเตรียมทหารโดยเฉพาะก็กระทำได้แต่ก็ควรจะพิจารณาให้รอบคอบว่า จะคุ้มค่าหรือไม่ โรงเรียนกวดวิชาทุกแห่ง
พยายามแข่งขันกันเพื่อให้นักเรียนของตนได้มีโอกาสสอบติดมากที่สุดเตรียมให้พร้อมทั้งทางด้านวิชาการที่จะสอบแข่งขัน และเตรียมทางด้านร่างกายสำหรับสอบพลศึกษา และเทคนิคต่างๆในการสอบรอบสองสถานะทางการเงินของนักเรียนก็มีความแตกต่างกัน ผู้ที่มีรายได้น้อยก็ต้องเห็นใจพ่อ-แม่ เลือกโรงเรียนกวดวิชาที่เก็บค่าใช้จ่ายอย่างสมเหตุสมผลและเมื่อเสียเงินแล้ว ต้องทุ่มเทอย่างที่สุด
สอบได้หรือไม่ได้เป็นอีกเรื่องหนึ่งอย่างไรก็ต้องเผื่อความผิดหวังเอาไว้ด้วย
เตรียมตัวมาทั้งปีนั้นเป็นเรื่องดี ๆ ทั้งนั้นคือมันทำให้เราพร้อมที่จะเป็นอะไรก็ได้
เราแกร่งแล้วเมื่อถึงตอนนั้น ที่สำคัญคือเป็นคนดี : มีคุณภาพ
- ทางด้านร่างกายให้ฟิตเข้าไป ทำบ่อยๆ ทำอย่างสม่ำเสมอ และทำให้ถูกต้อง
ตามระเบียบการที่ได้กำหนดไว้ พยายามทำให้ได้ทุกสถานีที่สอบ ฝึกบ่อย ๆ จะช่วยได้มาก การที่ฝึกออกกำลังกายบ่อยๆนั้น ทำให้ร่างกายแข็งแรง สมองปลอดโปร่ง ไม่มีโรคภัยเบียดเบียน ซึ่งเป็นเป้าประสงค์ของชาติ ที่ต้องการให้คนไทยมีร่างกายที่แข็งแรง รู้จักรักษาสุขภาพของตนเองให้แข็งแรง ด้วยการออกกำลังกาย และห่างไกลจากเหตุต่าง ๆ ที่จะทำทำให้เกิดความเสื่อมถอยของสภาพร่างกาย สำหรับคนที่อ้วนเกินไป ผอมเกินไป ก็ทำให้อยู่ในพิกัดเสียตั้งแต่เนิ่นๆแล้วก็คุมสัดส่วนของร่างกายไว้ให้ได้ตลอดเวลา ส่วนคนที่เตี้ยไปนิดก็ต้องพยายามว่ายน้ำให้มาก ๆ หรือโหนบาร์เพื่อยืดตัวให้ได้มากที่สุด ผู้ที่มีปัญหาเรื่องฟันผุ ฟันเก เรื่องตา เรื่องอะไรที่แก้ไขได้ ก็รีบแก้ไขตั้งแต่ต้น ทุกอย่างที่กล่าวมาแล้วมีรายละเอียดอยู่ในระเบียบการสมัครสอบทั้งสิ้น เรียกได้ว่าเป็นข้อสอบที่เปิดเผยล่วงหน้าแบบให้มีเวลาเตรียมการได้ สำหรับคนที่มีความตั้งใจจริง ๆ
//
ข้อแนะนำสำหรับครู-อาจารย์แนะแนวของสถานศึกษา ที่มีลูกศิษย์ลูกหา
มีความประสงค์จะสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ควรจะได้รวบรวมข้อมูล
ระเบียบการของปีที่ผ่านมา และประชาสัมพันธ์ให้นักเรียน ได้มีการเตรียมตัวสอบไว้ให้พร้อม รวมทั้งคำแนะนำอื่นๆ ที่เห็นว่ามีประโยชน์และควรศึกษาระเบียบการในปีนั้น ๆ อย่างละเอียดสำหรับตัวนักเรียนที่จะสอบคัดเลือก นั้น จะต้องขวนขวายช่วยตัวเองให้มากที่สุด ต้องแสวงหาข้อมูลข่าวสารจากทุกทางที่ง่ายที่สุดคือ การโทรศัพท์ไปถามเจ้าหน้าที่ของรร.เหล่าด้วยตนเอง (ส่วนมากจะเป็นกองสถิติของหน่วย) และไม่ต้องรอให้ใกล้เวลาสอบคัดเลือก ให้เริ่มตั้งแต่ตัวเองเข้าเรียน ม.๓ เป็นวันแรกยิ่งดีที่สุด จะได้มีเวลาเตรียมตัวมากๆโอกาสที่จะเป็นผู้ชนะก็มีมากขึ้นถ้าเราพร้อมทั้งสมองและร่างกาย
ขอฝากอาจารย์ที่แนะแนวด้วยครับ โดยเฉพาะโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลความเจริญ ช่วยเป็นแสงสว่างนำทางให้กับลูกศิษย์ของท่าน ที่ต้องการอยากจะรับใช้ชาติ
ด้วยการเป็น ทหาร ตำรวจ ประสานขอรายละเอียดจากโรงเรียนเหล่าต่าง ๆ นำไปเผยแพร่ให้แก่ลูกศิษย์ของท่านตั้งแต่เริ่มเปิดเทอมเดือนพฤษภาคม ก็จะเป็นกุศลแก่ลูกศิษย์เหล่านั้นนานับประการ
ที่มา : http://www2.crma.ac.th/operation23/afab
|