สวัสดีครับ... สมาชิก www.thaicadet.org ทุกคน
ผ่านพ้นไปแล้วนะครับ สำหรับการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น ๕๒ ในช่วงเดือน มีนาคม เมษายน ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา อย่างที่พี่เคยบอกไปครับ ไม่ว่าแต่ละคนจะเตรียมตัวกันมาอย่างไรตลอดปี ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา การสอบคัดเลือกก็จะมีผู้สมัครสอบเหล่าละประมาณ ๒๕,๐๐๐ คน (รวมทั้ง ๔ เหล่าก็ประมาณเกือบ ๖๐,๐๐๐ คน !!! เพราะหลายคนสมัครสอบทั้ง ๔ เหล่า) และจะรับจริงๆ เฉลี่ยเหล่าละประมาณ ๑๐๐ คน จึงเปรียบเทียบได้เป็นอัตราส่วนประมาณ ๑:๒๕๐ นั่นเอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า ใครที่เตรียมตัวมาดี ย่อมมีโอกาสที่ดีกว่าคนอื่นๆ
ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๑ จนถึงวันนี้ เป็นเวลาเกือบ ๒ เดือนผ่านมาแล้ว น้องๆ ที่สอบไม่ได้ทำอะไรกันอยู่บ้างครับ เริ่มเตรียมตัวกันอีกครั้งหรือยัง หลายคนอาจปล่อยเวลา ๒ เดือนที่ผ่านมาโดยไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ก็มีหลายคนที่ทิ้งความผิดหวังไว้ข้างหลัง และเริ่มเตรียมตัวสอบใหม่เพื่อความหวังในปีหน้า แต่สำหรับผู้สอบผ่านการคัดเลือก ๕๕๐ นายแล้ว พวกเขารายงานตัวเข้ารับการศึกษาตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ช่วงเวลาเกือบ ๒ เดือนเปลี่ยนสภาพนักเรียนมัธยมอายุ ๑๕ ๑๖ ปี ให้เป็น นักเรียนเตรียมทหารใหม่ หรือเรียกสั้นๆ ว่า นักเรียนใหม่ พวกเขาลำบากกันทุกวัน ทั้งกลางวันและกลางคืน เวลาแต่ละวินาทีล้วนมีค่ายิ่ง หน้าที่หลักของพวกเขาคือ มาเรียน และมาฝึก จนวันศุกร์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา พวกเขาได้ผ่านพิธีไหว้ครู และได้รับเครื่องหมายชิ้นแรกของชีวิตการเป็นทหาร นั่นคือ จักรดาว เครื่องหมายที่เปลี่ยนสภาพพวกเขาจากนักเรียนมัธยม ให้เป็น นักเรียนใหม่
วันนี้ Thaicadet มีโอกาสดี ที่ได้สัมภาษณ์นักเรียนใหม่ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหารใหม่ เหล่าทหารบก เราจึงได้สอบถามด้วยคำถามสั้นๆ เพื่อให้ทราบถึงแรงบันดาลใจ การเตรียมตัวสอบตลอดปี ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา และเสี้ยวชีวิตสั้นๆ ในโรงเรียนเตรียมทหาร ซึ่งเว็บไซต์นายร้อยไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า น้องนักเรียนใหม่ท่านนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับทุกๆ คน ทั้งท่านผู้ปกครอง และนักเรียนที่มีความมุ่งมั่นในการสอบเข้าศึกษาในรั้วจักรดาวในปีต่อๆ ไป
- ขอเริ่มคำถามเลยครับ รายงานตัวหน่อยครับ
ตอบ กระผม นตท. เมธาวี สุขประเสริฐ ชื่อเล่น ต้นกล้า เหล่า ทหารบก ครับ
- ปีที่สอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารนี้ อายุเท่าไหร่ครับ จบชั้นอะไรมา และสอบมากี่ครั้งแล้วครับ
ตอบ อายุ ๑๕ ปีครับ จบชั้น ม.๓ โรงเรียนวัดนายโรง เพิ่งเป็นการสอบเข้าครั้งแรก ครับ
- ตอนเรียนชั้น ม.๓ ได้เกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ครับ และเพื่อนๆ ที่สอบเข้าได้รุ่นเดียวกัน ส่วนใหญ่ได้เกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ครับ และเป็นนักเรียนชั้น ม. อะไรครับ
ตอบ ได้เกรดเฉลี่ย ๓.๗๒ ครับ เพื่อนๆ ร่วมรุ่นส่วนใหญ่ ได้เกรดประมาณ ๓ กว่าๆ ครับ ส่วนใหญ่แล้วอยู่ ม.๔ ครับ
- วิชาหลักที่ใช้ในการสอบ คือคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และ สังคม น้องต้นกล้าได้เกรดอะไรบ้างครับ
ตอบ เลข ๔.๐๐ วิทยาศาสตร์ ๔.๐๐ ภาษาอังกฤษ ๔.๐๐ ภาษาไทย ๓.๕๐ และสังคม ๓.๐๐ ครับ
- ใช้เวลาเตรียมตัวในการสอบนานไหมครับ เน้นอ่านหนังสือวิชาอะไรเป็นพิเศษไหมครับ
ตอบ ๑ ปีครับ ผมจะเน้นอ่านวิชาคณิตศาสตร์ กับวิทยาศาสตร์ครับ
- คิดว่าการเรียนพิเศษ ช่วยเราได้มากน้อยแค่ไหนครับ และเพื่อนร่วมรุ่น ส่วนใหญ่เรียนพิเศษหรือเปล่าครับ
ตอบ ช่วยได้มากเลยครับ ส่วนใหญ่เพื่อนๆ ก็เรียนพิเศษเหมือนกันครับ
- ในแต่ละวัน ใช้เวลาในการเตรียมตัวสอบอย่างไรบ้างครับ มีเทคนิคในการอ่านหนังสือไหมครับ
ตอบ ผมจะใช้เวลาดูหนังสือหลังเลิกเรียนวันละ ๓ ชั่วโมง เทคนิคคือทำแบบฝึกหัดและข้อสอบเก่ามากๆ ครับ
- นตท. รุ่นนี้ รุ่นที่เท่าไหร่ครับ มีจำนวนรวมทั้งสิ้นกี่นายครับ พอจะบอกได้ไหมครับว่าแต่ละเหล่ามีประมาณกี่นายครับ
ตอบ เป็นรุ่นที่ ๕๒ ครับ มีจำนวน ๕๕๐ นาย เป็นเหล่าทบ. ๑๙๐ นาย ทร. ๘๕ นาย ทอ. ๙๕ นาย ตร. ๑๘๐ นาย ครับ
- และ ถ้าจะถามว่าการสอบเข้าเป็น นตท . นั้นว่ายากแล้ว ชีวิต นตท. เป็นอย่างไรบ้างครับ
ตอบ ยากกว่ามากๆ เลยล่ะครับ เพื่อนบางคนถึงกับทนไม่ไหว ต้องลาออกไป ๑๐ กว่าคนเลยครับ ส่วนตัวผมเองก็แทบแย่เลยล่ะครับ เหนื่อยมากๆ เวลานอนก็น้อย แถมยังสอบตกอีกด้วยครับ
- แล้วตอนนี้ที่เป็นนักเรียนใหม่ จะต้องมีอุปสรรคใดๆ ที่ต้องผ่านไปให้ได้อีกครับ กว่าจะจบชั้นปีที่ ๑
ตอบ อุปสรรคคือ เหนื่อยในการฝึกมากๆ ครับ และเรื่องการเรียนด้วยครับ ที่สำคัญ ผมคิดถึงบ้านมากๆ เลยครับ นึกแล้วก็อยากจะร้องไห้ทุกที T_T
- สุดท้าย อยากฝากอะไรถึง เพื่อนๆ น้องๆ ที่จะสอบเข้าเป็น นตท. ในปีหน้า ทั้งที่ไม่เคยสอบ และสอบไม่ได้ในปีนี้ รวมทั้งปีหน้าอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้สอบแล้วครับ
ตอบ ก็ขอให้เพื่อนๆที่จะสอบเข้ามา ตั้งใจทำข้อสอบให้มากๆ ครับ และที่สำคัญ คือต้องเตรียมใจไว้ด้วยในการสอบเข้ามาแล้วครับ ต้องอดทน และ ไม่ท้อถอย ไม่ถอดใจง่ายๆครับ
- ตั้งความหวังในอนาคต ทั้งช่วงเวลาอันใกล้นี้ และทางข้างหน้ายาว ๆ ว่าอย่างไรบ้างครับ
ตอบ ผมอยากเป็นนายพลครับ ^_^
***
ขอบคุณน้องต้นกล้ามากๆ ครับ สำหรับบทสัมภาษณ์ข้างต้น ... ทั้งนี้ เว็บไซต์นายร้อยไทยยังมีข้อสังเกต และข้อมูลดีๆ เพิ่มเติมจากน้องต้นกล้ามาแจ้งให้ทราบอีกครับ ว่า
- เกรดเฉลี่ยของน้องต้นกล้านั้นสูงมากๆ คือ ๓.๗๒ และผู้สอบเข้าได้ท่านอื่นๆ ก็ได้เกิน ๓.๐๐ แสดงให้เห็นว่า ผู้สอบเข้าได้ส่วนใหญ่เป็นคนที่มีผลการเรียนดี และการมีผลการเรียนดี คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญนอนหลับตานิ่งๆ แล้วเกรด ๔ จะวิ่งมาหานะครับ ต้องมีความขยันเป็นที่ตั้งครับ
- ผู้สอบเข้าได้ส่วนใหญ่จบชั้น ม.๔ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเด็ก ม.๓ จะทำไม่ได้ ดูน้องต้นกล้าเป็นตัวอย่างครับ แน่นอนว่าคนจบ ม.๔ ย่อมมีความรู้แน่นกว่าคนจบ ม.๓ แต่อย่างไรก็ตาม ความขยันส่วนตัวเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด และเป็นตัวตัดสินว่าเราจะสอบได้หรือไม่ครับ
- วิชาหลัก คือคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ควรสอบให้ได้เกรด ๔ คือทำให้ได้อย่างดีที่สุด
- น้องต้นกล้าเคยติดเกมส์คอมพิวเตอร์ เมื่อไปตรวจสายตา พบว่าการเล่นเกมส์ทำให้สายตาเอียงเล็กน้อยทำให้สายตาผิดปกตินิดหน่อย จึงเลิกเล่นเกมส์ไปเลย (ซึ่งนับว่าโชคดีมากๆ เพราะไม่เกินเกณฑ์การตรวจร่างกายในการสอบรอบสอง) และมีหลายคนที่สอบผ่านรอบแรกได้ แต่มาตกตรวจร่างกาย เพราะสายตาผิดปกติจากการเล่นเกมส์และใช้ computer ซึ่งน่าเสียดายโอกาสมากๆ
- การสอบคัดเลือกในปีที่ผ่านมาใน นักเรียนเตรียมทหารรุ่นก่อนๆ สอบคะแนนวิชาคำนวณได้สูงมาก แต่สอบภาษาอังกฤษได้ไม่ดี ดังนั้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ นี้เป็นต้นไป หากผู้สอบคัดเลือกเป็นนักเรียนเตรียมทหารได้คะแนนภาษาอังกฤษได้ไม่ถึง ๔๐% แล้ว ทางโรงเรียนเหล่าจะไม่ตรวจคำตอบวิชาอื่นๆ เลย และจะปรับเป็นสอบตก เนื่องจากพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่ดี
- ภายหลังวันที่ ๒ หลังการรายงานตัวเข้ารับการศึกษา มีนักเรียนใหม่ทยอยลาออกไปแล้ว ประมาณ ๑๐ กว่านาย เมื่อมีนักเรียนใหม่ลาออกไป ตัวสำรองจะถูกเรียกเข้ามาใหม่ทันทีในเวลาไม่เกิน ๑ วันทำการ แสดงให้เห็นว่า ไม่ง่ายเลยสำหรับการใช้ชีวิตเป็นนักเรียนใหม่ ดังคำตอบข้อ ๑๑ ที่น้องต้นกล้าตอบมาข้างต้น
- นักเรียนเตรียมทหารใหม่ ยังต้องฝ่าฟันความยากลำบากสำหรับชีวิตในกรมนักเรียนเตรียมทหารอีก ๒ ด่าน คือการผ่านพิธีรับชุดปกติ และพิธีรับแหวนรุ่น และด่านที่สำคัญมากๆ ฝั่งส่วนการศึกษา คือการเรียนและสอบให้ผ่านในแต่ละปีการศึกษา
จะเห็นว่า ไม่ง่ายเลย ที่เด็กอายุ ๑๕ ปี จะต้องรับผิดชอบงานที่มากมายขนาดนี้ งานที่ต้องยอมอดทนเหนื่อยทั้งกายและใจ เพื่อจุดมุ่งหมายเดียว คือดาวสีทองที่เปล่งประกายบนบ่าวันที่พวกเขาจะจบการศึกษาจากโรงเรียนเหล่าทัพ ในอีก ๗ ปีข้างหน้า เข้ารับพระราชทานกระบี่ และรับราชการเป็นนายทหารหลักของกองทัพไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกๆ คนใฝ่ฝัน มิใช่หรือครับ
สุดท้ายนี้ น้องต้นกล้ายังฝากรูปถ่ายเปรียบเทียบตอนก่อนเข้ารับการศึกษา, เข้ารับการฝึก และชุดนักเรียนใหม่ (ที่ดูดีกว่าพี่ๆ รุ่นก่อนๆ ที่ใส่กางเกงขาสั้น เข้ากันมากๆ กับถุงเท้ายาวครึ่งแข้ง ที่เรียกว่า ชุดกำนัน) และถ้านักเรียนใหม่ได้รับชุดปกติแล้ว เว็บไซต์นายร้อยไทยจะนำข้อมูลดีๆ จากรั้วเตรียมทหาร มานำเสนอให้สมาชิกทุกท่านทราบในโอกาสต่อไปครับ

|