หากทุกคนยังจำได้ ช่วงต้นปี 2551 ทีมงานนายร้อยไทยเคยมีส่วนร่วมผลักดันและสนับสนุนให้เด็กชายคนหนึ่งสามารถวิ่งคว้าความฝันในการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารเหล่าทหารบกได้ ซึ่งน้องคนนั้นเคยเล่าประสบการณ์การเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในช่วงที่เขายังเป็นนักเรียนใหม่ ว่าหนักหนาสาหัสขนาดไหน กว่าแต่ละวันจะผ่านไปได้เขาต้องพบกับอะไรบ้าง
เวลา 2 ปีผ่านไปไวมากๆ จากนักเรียนใหม่ในวันนั้น ก็มาเป็นนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 3 ในวันนี้ ซึ่งชั้น 3 เป็นนักเรียนเตรียมทหารชั้นที่มีอาวุโสที่สุด และมีน้องอีก 2 ชั้นปี คือชั้นปีที่ 2 และนักเรียนใหม่ รวมทั้งสิ้น 2 รุ่น ที่พี่ชั้น 3 ต้องคอยดูแล และปลูกฝังความเป็นพี่เป็นน้องให้ต่อไป
สวัสดีครับพี่แฮท ผมคงไม่ต้องรายงานตัวอีกรอบแล้วนะครับ แหะ ๆๆ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ พี่แฮทมากเลยนะครับที่ช่วยผมตั้งแต่ก่อนเข้าเตรียมฯ จนถึงทุกวันนี้พี่ก็ยังคงติดตามผมอยู่ตลอด ดีใจครับพี่...
จากวันนั้นวันที่ผมเป็น นร.ใหม่ในโรงเรียนเตรียมทหาร จนถึงวันนี้วันที่ผมเป็นนักเรียนชั้นปกครองของโรงเรียนเตรียมทหารมีหลายสิ่งมากมายที่ผ่านเข้ามาตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ช่างเป็นเด็กซะเหลือเกิน รวมไปถึงความคิดอะไรก็เปลี่ยนไปด้วย
ตอนสมัยที่ผมเพิ่งขึ้นมาเป็นชั้นปีที่ 2 ตอนแรก ๆ ยอมรับเลยครับว่าหนักอยู่เหมือนกัน เหมือนนักเรียนใหม่เดินได้ประมาณนั้น เพราะว่าชั้นปีที่ 2 เป็นชั้นระหว่างกลางมีทั้งน้อง และพี่ทำให้ลำบากใจครับ จะทำอะไรซักอย่าง บางครั้งก็อยากแดกน้องนะ แต่ก็เกรงใจรุ่นพี่ แต่บางครั้งรุ่นพี่เอาเราไปแดกให้น้องเห็นบ้าง อะไรบ้าง ก็มันอยู่โรงเรียนเดียวกันนี่ครับ จะไม่ให้เห็นเลยได้ไง ตอนนั้นรุ่นพี่ก็บอก นี่นะเป็นชั้น 2 แล้วหัดทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีให้น้องมันเห็นบ้างซิ เดี๋ยวน้องมันเห็น มันก็ทำตาม (ผมคิดในใจ ชั้น 2 น้องจะเห็นได้ไงว่าเป๊ะแค่ไหน ทั้ง ๆ ที่โดนแดกลานก็ใกล้ ๆ กัน ดันพื้นตู้ ๆ ให้น้องดูหรอ ไม่ใช่มั้ง!!!) มันก็มีแต่พวกพี่ชั้น 3 ทั้งหลายนั่นแหละที่จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องได้ แต่ก็อย่างว่าหล่ะครับ เมื่อเราได้เป็นชั้นสูงแล้วหลาย ๆ คนก็ปล่อยตัว รักความสบายกันทั้งนั้นรวมถึงตัวผมด้วย เพราะฉะนั้นแบบอย่างที่ดีก็ต้องมาตกเป็นภาระของชั้น 2 อยู่ดี แหะ ๆๆๆ

ในระหว่างการเรียนอยู่ชั้น 2 นั้นก็มีการเรียนการฝึกอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเรื่องเรียน ต้องใช้ความรู้สมัยชั้น 1 เข้ามาช่วยด้วย แต่มันได้ละลายหายไปกับเหงื่อที่ไหลหยดลงพื้นในทุกค่ำคืน ถ้าผมย้อนกลับไปได้นะ ผมก็จะอู้ให้มาก ๆ เอ้ย!!! ไม่ใช่ครับ ตั้งใจเรียนให้มาก ๆ จะได้เอามาใช้กับชั้น 2 ได้ น้อง ๆ หลายคนอย่าเพิ่งทิ้งเรื่องเรียนเป็นอันขาดนะ สำคัญจริง ๆ พี่คงบอกได้แค่นี้
สำหรับเรื่องเรียนได้ผ่านไปแล้ว เรื่องฝึกก็ไม่แคล้วต้องเล่า ตอนชั้น 2 ผมมีฝึกอยู่ ประมาณ 3 อย่างได้ มี ยิงปืนจัดชั้นคุณวุฒิ เดินทางไกลและพักแรม รร.จปร. และกระโดดร่มแบบพาราเซล (เรื่องยิงปืนหน่ะผมได้เหรียญทองเลยนะครับ ในตอนมี 30 คน ผมกับบัดดี้ได้เหรียญทอง) ที่สนุก ๆ ก็ไม่น่าพลาดเดินทางไกลกับกระโดดร่มหรอกครับ) ทำไมหน่ะหรอ!!! ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า นครนายกเป็น จ.ที่ร้อนแบบอบอ้าวมาก บวกกับมีภูเขามาบังลมทำให้อากาศบริเวณนั้นร้อนแบบอบอ้าวมาก ตอนที่ผมเดินออก ก็ออกตอนบ่ายนะ ถึงที่ รร.จปร.เวลาไม่เกิน 16.30 ทุกหมวดต้องมาถึงให้หมด ระยะทางในการเดินทางทั้งหมดก็ประมาณ 13 กม. บวกกับเครื่องกระเป๋าที่หนังอึ้ง ที่ข้างในบรรจุด้วยเครื่องสนาม (เต้นท์สนาม หม้อข้าว และถุงอาหารที่ถูกจัดมาให้เพียงพอกับมื้อเย็นที่ต้องทำกินเอง) และแล้วการเดินทางก็เริ่มขึ้น เมื่อผู้หมวดออกเดินทางนำไป ทุกคนต่างก็มีความสุขกันมากที่จะได้ออกจาก รร.ตท. ไปยัง รร.จปร. ในระยะแรก ๆ (2-3 กม.) ทุกคนยังไหวอยู่บางคนเอาน้ำมาแค่ครึ่งกระติกเพราะกลัวหนัก แต่ผมกลัวน้ำไม่พอก็เลยนำขวดน้ำไปเพิ่มอีก 2 ขวด ยอมหนักดีกว่าไม่มีน้ำกินครับ แล้วระยะทางก็ไกลออกไป ทุกคนขาล้าเป็นอย่างมากในทันทีที่ผู้หมวดให้พัก ผมกับเพื่อน ๆ ก็ลงไปนั่งข้างทางอย่างเหนื่อยล้ามาก (แบบนอนตากแดดข้างถนนเลย) ไหล่ตอนนั้นก็ช้ำนอกช้ำในหมดแล้ว สุดท้ายก็มาถึงที่ รร.จปร. โดยครบทุกคน เป็นการเดินทางที่เหนื่อยมากเพราะว่าเดินอ้อมเขาหน่ะสิ...
การฝึกโดดร่มพาราเซล ณ เขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี นั้น นตท.ชั้น 2 ก็นั่งรถออกจากโรงเรียนอย่างตื่นเต้น เพื่อเตรียมตัวไปฝึกที่เขาชนไก่ ในระหว่างทางพวกผมก็หลับเอาแรงในรถ 3 ชม. ได้ พอไปถึงที่ ผมก็ลงจากรถไปรวมแถวอากาศที่นั่นร้อนมากการฝึกมีทั้งหมด 10 วัน โดดร่ม 4 วัน บุคคลทำการรบ 2 วัน อื่น ๆ 4 วัน ผมจำได้เลยว่า ป่าที่นั่นร้อนมาก แห้งทุกต้นเลย ในขณะที่ฝึกอยู่บนที่ตั้ง ก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับผมเล็กน้อยที่สถานีหนึ่ง ไหล่กระแทกพื้น เลยเกิดอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ข้างขวา แต่ผมก็ยังคงไม่เป็นไรมาก จนถึงวันโดดร่มจริง สนุกมากเลยครับ รถที่ลากไปนั้นได้ลากตัวผมไปลอยอยู่บนฟ้า จากนั้นก็ปลดสายออกละบังคับร่มลงมาสุ๋พื้นดินอย่างสวัสดิภาพ (เบามาก) อ่านยังไงก็ไม่เท่าของจริงหรอกคับ สนุกมาก ๆ
ปิดเทอม... ในระหว่างการปิดเทอม ก่อนจะขึ้นชั้น 3 รร.ตท. ได้มีการศึกษาดูงานที่ภาคเหนือ แน่นอนหล่ะครับว่าเชียงใหม่แน่นอน เตรียมทหารได้มีงานกีฬาประเพณี เตรียมทหาร-ยุพราช เป็นทุก ๆ ปีอยู่แล้ว ผมขอบอกเลยว่า สาวเชียงใหม่น่ารักมาก ๆ ตอนนี้ผมยังปลื้มไม่หายเลย หลาย ๆ คนบอกว่า มาเชียงใหม่เนี่ยแหละ เอ็งจะได้พบกับรักแท้ ผมก็นึก ผมจะได้เจอรึป่าวน้า ในวันนั้นผมเป็นคนเชิญธงกับสาวยุพราชด้วยแหละ 555+ (มีรูปแน่นอน) นอกจากจะไปรร.ยุพราชแล้ว ทาง รร.ตท.ยังพาไปดูงานต่าง ๆ เช่น วัดร่องขุ่น สวนสัตว์เชียงใหม่ สามเหลี่ยมทองคำ ประเทศลาว ฯลฯ เยอะแยะมากครับ ผมชอบมากที่สุดเลยดูงานภาคเหนือเนี่ย ชอบทั้งคน(สาวเชียงใหม่) ทั้งเมืองเชียงใหม่ ฯลฯ
ในระหว่างการศึกษาของผมตอนอยู่ชั้น 2 ผมอยู่ชมรมดาบสากล มีโอกาสได้ออกไปแข่งดาบกับคนนอกโรงเรียน สนุกดีครับ เปิดโอกาสให้ไปทดลองฝีมือ
วันสุดท้ายของพี่ชั้น 3 ผมขอบอกเลยว่า จะซึ้งก็ไม่ซึ้ง จะเศร้าก็ไม่เศร้า ออกแนวดีใจด้วยซ้ำไป ในวันนั้น พ่อ แม่ พี่ น้อง ของพี่ชั้น 3 มากันเพียบเลยครับ มาเพื่อจะมาดูลูกตัวเองกลับไปเป็นนักเรียนใหม่อีกครั้ง แต่อยู่ในคราบ นักเรียนนายร้อย นายเรือ คงไม่ต้องบอกถึงความรู้สึกของพี่ ๆ ทั้งหลาย 555+ คงรู้สึกแบบเดียวกับผมตอนเป็นนักเรียนใหม่ แล้วยกกำลัง 8 เข้าไป
สำหรับวันนี้ วันที่ผมได้มาเป็นชั้น 3 อย่างเต็มตัว บอกตรง ๆ เลยว่าใจหายครับ อะไรกันเวลาทำไมมันผ่านไปเร็วอย่างนี้หล่ะ จะขึ้นเหล่าแล้วหรอเนี่ย อะไรหลาย ๆ อย่างรู้สึกว่ายังทำไม่เต็มที่เลยครับ คาดว่า 1 ปีที่เหลือกะจะทำอะไรในสิ่งที่ท้าทายบ้าง แหะ ๆ เมื่อผมได้มองย้อนกลับมาดูนักเรียนใหม่ รุ่นที่ 54 ผมก็คิดว่า สมัยนั้นกูหนักกว่านี้รึป่าวว่ะ แบบออกแนว อิจฉา เฮ้ย เพื่อน Command แดกน้องให้หนักกว่านี้ได้ป่ะ อะไรประมาณนี้ครับ ผมก็นึกถึงสมัยนั้น ผมเองยังทำไม่ไหวเลย 555+ ผมคาดว่ามีอะไรดี ๆ ที่พี่ 50 สอนผมมา ผมก็จะให้น้อง 54 ตามนั้นไป ไม่อยากให้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนักเพราะว่าเตรียมทหารจะได้ยังคงอยู่ต่อไปแบบเดิม หนักแบบไหนก็คงแบบนั้น วัฒนธรรม ประเพณี อะไรก็ยังคงมีอยู่แบบเดิม เพียงแต่จะลดน้องลงไปทุกวันตามยุคสมัย 
สุดท้ายผมก็มีอะไรจะฝากน้อง ๆ ที่อยากเป็น นตท. (ในมุมมองของ นตท. คนหนึ่ง) การสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารนั้นยากแล้ว แต่การใช้ชีวิตอยู่ภายในโรงเรียนเตรียมทหารนั้นยากยิ่งกว่า เพราะฉะนั้น น้อง ๆ ต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้ดี ๆ ว่า นี่นะ เราเป็นทหารนะ จะใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้ น้อง ๆ คงหมดสิทธิ์ที่เลิกเรียนจะไปเดินห้างฯ กับเพื่อน ๆ หรือว่าไปดูหนังกับแฟน อดแน่นอนน้อง น้องต้องทำใจนะครับ แต่เดี๋ยวก็ชินปรับตัวได้เองแหละ สู้ ๆ นะน้อง ๆ ทั้งหลายพี่จะเป็นกำลังให้น้อง ๆ เสมอ
From NTonkla