บทความนี้ยาวมาก แต่พี่คิดว่า ถึงอย่างไรพี่ก็ต้องเขียนให้น้องทุกคนได้อ่าน เพื่อทำความเข้าใจถึงความเป็นจริง ในการเตรียมตัวสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารของน้อง ๆ ทุกคน

1. การสอบเตรียมทหาร มี 2 รอบ คือ รอบวิชาการ และรอบพลศึกษา

พี่ขออธิบายในส่วนของรอบแรกก่อน #คือรอบวิชาการ การสอบมีปีละ 1 ครั้งเท่านั้น (ประมาณเดือนมีนาคมหรือเมษายนของทุกปี) ตามสถิติในแต่ละเหล่าจะมีผู้สมัครสอบประมาณเกือบ 20,000 คน ต่อปี

น้องจะเจอข้อสอบที่ #เยอะและยากมากๆ จาก 5 วิชาหลักที่ รร.เหล่าฯ กำหนดให้มีการสอบ (เช่น เลข ฟิสิกส์ เคมี ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย เป็นต้น)

แน่นอนว่า คนหลายหมื่นคนทำข้อสอบไม่ได้ เมื่อทำข้อสอบไม่ได้ก็จะโกหกตัวเองว่า "ไม่เป็นไรหรอก เราทำไม่ได้ คนอื่นเขาก็ทำไม่ได้เหมือนกัน"

Q : ถามว่าคิดแบบนี้ ถูกต้องไหม?

A : ถูกต้องครับ แต่ถูกต้องไม่หมด 100% เพราะจากจำนวนผู้เข้าสอบทั้งหมด จะมีคนที่เตรียมตัวมาดีมากๆ และสามารถทำข้อสอบที่ทั้งยากและเยอะลักษณะนี้ได้ประมาณ 1,000 คน และเขาเหล่านี้จะได้รับการคัดเลือกให้สอบผ่านรอบแรกอยู่ประมาณเหล่าละ 500-600 คน เท่านั้น เพื่อไปสอบในรอบ 2 ต่อไป

Q : เข้าประเด็นคือ คนที่สามารถทำข้อสอบที่เยอะและยากได้ผ่านเกณฑ์ เขาเป็นยอดมนุษย์แบบไหน เขาต่างกับเราตรงไหน?

A : เขาก็คือมนุษย์ทั่วไปเหมือนกับเราที่เข้าสอบแข่งขันนี่แหละครับ แต่เขาขยัน ทุ่มเท และฝึกฝนตนเองให้มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มากกว่าทุกคนที่เขาต้องเข้าแข่งขันด้วย #เพราะเขามี Willing to Win หรือ #ความอยากที่จะเอาชนะ

การที่เขาสามารถทำข้อสอบที่ยากมากๆ ได้ นั่นคือเขาต้องฝึกฝนตนเองในการทำการบ้าน ทำแบบฝึกหัด ทำข้อสอบเก่าให้มากๆ เป็นพันๆ หมื่นๆ เท่า มากกว่าคนอื่นๆ ที่เขาต้องสอบแข่งขันด้วย

ถ้าเรายังไม่สามารถทำข้อสอบยากๆ ได้ นั่นคือเรายังทำโจทย์ประยุกต์ไม่เป็น ให้กลับไปฝึกทำโจทย์ประยุกต์พื้นฐาน

ถ้าเรา ยังไม่สามารถทำโจทย์ประยุกต์พื้นฐานได้ นั่นคือเรายังไม่เข้าใจพื้นฐานในเรื่องนั้นๆ ดีพอ ให้กลับไปอ่านหนังสือและทำโจทย์พื้นฐาน .

พื้นฐานเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ ถ้าใครพื้นฐานไม่ดี ไม่เป๊ะ ต่อให้น้องทำข้อสอบอย่างไรน้องก็ทำไม่ได้ เพราะน้องไม่เข้าใจพื้นฐาน ทำโจทย์พื้นฐานไม่ได้ โจทย์ประยุกต์ก็ไม่ต้องพูดกัน ทำไม่ได้แน่นอนครับ

2️. เมื่อความรู้เราไม่แน่น

หลายคนจึงหาคำตอบและได้คำตอบไปที่ "รร.กวดวิชา" ซึ่งทั้งนักเรียนและผู้ปกครองคิดและมีความคาดหวังเหมือนกันทุกประการว่า *** ถ้าฉันส่งลูกไปเรียนกวดวิชา ที่ รร.กวดวิชาที่ดีๆ ครูเก่งๆ รวมทั้ง "ครูที่หลายคนเขาบอกว่าเก่ง (#เขาว่า อีกแล้ว) ลูกฉันต้องสอบติดแน่นอน" โดยเฉพาะหลายๆ แห่งที่ลงโฆษณาไว้ว่า "รับรองผล สอบติด 100%" นี่แหละคำตอบที่ฉันตามหา ลูกฉันต้องสอบติดแน่นอน แต่พอไปเข้าเรียน จ่ายเงินก้อนโต พอเข้าสู่สนามสอบ #เฮ๊ย #ลูกฉันสอบไม่ติด #ทำไมเป็นแบบนี้??? ...

*** ทุกคนอยากรู้คำตอบไหมครับว่า ทำไม???

เด็กๆ หลายคนที่ผมสอบถามว่า ในห้วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา มีการเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบอย่างไรบ้าง?

คำตอบที่ได้รับคือ ลูกไปเรียนพิเศษที่สถาบันกวดวิชา A, B, C, D, E, F , G, ... คือ ที่ไหนเขาว่าดี ไปหมดเลย แต่ทำไมลูกไม่เห็นเก่งขึ้นเลย?

ผมตอบกลับไปว่า แม่ครับ ที่ผมถามว่าเตรียมตัวอะไรบ้าง? ไม่ใช่ผมต้องการรู้ว่าเขาเรียนพิเศษที่ไหน อย่างไรมาบ้าง?

*** ผมต้องการถามว่า ตั้งแต่ลูกแม่กลับถึงมาบ้าน 16:00 - 17:00 น.ถึงเวลา 23:00 - 24:00 น. ก่อนนอนนั้น *** ลูกได้ทำการบ้าน อ่านหนังสือ ทำแบบฝึกหัด ทบทวนความรู้ เอาข้อสอบเก่ามาทำ เป็นร้อยๆ ข้อต่อวัน ฯลฯ หรืออ่านหนังสือสอบมากน้อยแค่ไหน? ***

เขาทำแบบนั้นได้วันละสักกี่ชั่วโมง???

คำตอบเกือบ 100% ที่ผมได้รับ คือ "น้อยมาก" หรือ "ไม่เคยเลย"

แม่ครับ ถ้าลูกแม่เรียนหนังสือที่ รร. ไปเรียนติวพิเศษมา แต่ลูกแม่ไม่กลับมาทบทวนบทเรียน ไม่ทำแบบฝึกหัด ไม่หัดทำข้อสอบ ไม่ขยัน ... แล้วลูกแม่จะเก่งขึ้นได้อย่างไรล่ะครับ?

ผมตั้งคำถามสมมุติให้กับผู้ปกครองหลายคนว่า สมมุติ ผมกับแม่เป็นเพื่อนกัน เราสองคนขับรถไม่เป็น แต่เราสองคนอยากขับรถเก่ง

เราสองคนจึงหาข้อมูลว่า ที่ไหนสอนขับรถดี ราคาไม่แพง ฯลฯ ถ้าเราสองคนได้ไปเรียนขับรถที่นี่ เราสองคนต้องขับรถเก่งอย่างแน่นอน

เมื่อเราไปนั่งเรียน เราก็ไม่ผิดหวัง ครูสอนดีมาก สอนวิชาการมากมาย อธิบายตัวอย่าง ขับรถให้เราดู ฯลฯ

*** แต่เราสองคน ไม่เคยฝึกขับรถเลย แม้แต่นิดเดียว ***

ผมถามแม่ว่า แม่ครับ แม่ว่าเราสองคนจะขับรถได้ไหมครับ? แต่ครูที่สอนเขาเก่งมากเลยนะครับ สอนโครตดี เก่งนู่นนี้ a, b, c, d, ... เยอะแยะไปหมด

*** คำตอบที่น่าเศร้าคือ "ยังไง เราสองคน ก็ขับรถไม่ได้ครับ"

*** เพราะเราไม่เคยฝึกฝนในการขับรถเลย ***

*** และต่อให้ครูที่สอน จะเก่งขนาดไหนก็ตาม ถ้าเราไม่ลงมือทำ ไม่ฝึกฝนจนเก่ง จนชำนาญ เราไม่มีทางทำสิ่งนั้นๆ ให้ได้ดี อย่างแน่นอน

3️. กลับมาถึงเรื่องของลูกเรา

ต่อให้ลูกเราไปเรียนพิเศษ กับครูที่เก่งมากๆ ที่ "เทวดา Cadet" เก่งอย่างเทพ ติดปีกบินได้เลย

แต่ลูกไม่กลับมาอ่านหนังสือ ไม่ฝึกฝน ไม่ถามคำถามที่ไม่เข้าใจ ไม่ทำการบ้าน ไม่ทำแบบฝึกหัด ไม่ทำข้อสอบเก่า ไม่ๆๆ ในสิ่งที่คนสอบได้เขาต้องทำกัน

หรือถึงแม้จะทำทุกอย่างที่กล่าวมา แต่ทำแบบไม่ตั้งใจ หรือทำน้อยกว่าคนอื่นๆ ที่เขาต้องสอบแข่งขันด้วยแล้ว

*** สุดท้ายแล้ว เขาก็ไม่มีทางสอบติดแน่นอน ความพยายามทุกอย่างจะกลายเป็นความสูญเปล่าทันที ***

คนที่จะสอบเตรียมทหารให้ติด หรือแม้แต่การสอบเข้าที่อื่นๆ ที่ใดก็ตาม ต้องมีความขยันแบบ สุดๆ สุดๆ สุดๆ สุดๆ สุดๆ สุดๆ สุดๆ ... คือเยอะมากๆ

มี Willing to Win หรือ ความอยากที่จะเอาชนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ *** คิดแล้ว ต้องทำ***

*** คนที่คิด วาดฝันเลิศหรู แต่ไม่ลงมือทำ ก็เป็นได้แค่คนเพ้อเจ้อ เพ้อฝัน แต่ทำอะไรไม่สำเร็จ ***

เราอยากรวยแบบคุณตัน อิชิตัน ไม่ใช่ดื่มอิชิตันหมดขวดปุ๊บ แล้วจะรวยเหมือนคุณตัน ... ไม่ใช่

เราอยากหล่ออย่างณเดชน์ ไม่ใช่เอารูปณเดชน์มาแปะฝาบ้าน มองหน้าณเดชน์ก่อนนอนทุกวัน แล้วจะหล่ออย่างณเดชน์ ... ไม่ใช่

*** เราอยากสอบนายร้อยได้ ไม่ใช่เอารูปนักเรียนนายร้อยมาแปะเป็น Profile ตัวจริงเป็นนักเรียนมัธยมแต่บอกสังคมว่า เรียนอยู่ที่ รร.นายร้อย จปร. เอาแต่ดูรูปนายร้อย ชื่นชมคนที่เป็นนายร้อย แชร์เรื่องเกี่ยวกับทุกวัน หลอกชาวบ้านไปวันๆ ว่าตนเองเป็นนักเรียนนายร้อย แต่ไม่พยายามที่จะสอบให้ติดนายร้อย ยังไงมันก็ไม่ใช่ ***

"อย่ามัวแต่ชื่นชมความสำเร็จคนคนอื่น แต่หลงลืมและไม่พยายามสร้างความสำเร็จของตนเอง"

พี่ยังย้ำเสมอนะครับ น้องเรียนที่ รร.มัธยม น้องเรียนพิเศษ น้องเรียนติวที่ไหนก็ตาม ... ไม่ได้หมายความว่า น้องเรียนกับครูที่เก่งมากๆ จบปุ๊บ น้องจะเก่งเลย มันไม่ใช่

ความเก่งจะมีขึ้นได้นั้น น้องต้องฝึกฝนให้หนักมากๆ มากกว่าคนอื่นๆ และน้องต้องสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวของน้องเอง

พ่อ แม่ หรือครูที่เก่งๆ ของน้องทุกคน เขาทำแทนน้องไม่ได้ เขาอ่านหนังสือ ทำแบบฝึกหัด ทำข้อสอบเก่า ฯลฯ แทนน้องไม่ได้ เขาลงสนามสอบ และสอบให้ติดแทนน้องไม่ได้

ใคร ก็ไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้แทนน้องไม่ได้

*** ครูที่เก่งมากๆ เขาไม่ได้มาลงสนามสอบแทนน้องไงครับ น้องต้องสอบด้วยความสามารถของตัวน้องเอง"

น้องซึ่งเป็นผู้สอบ ต้องทำสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด ด้วยตัวของน้องเอง

จุดนี้แหละ ที่พี่พยายามพูดบอกกล่าวกันเสมอว่า "น้องต้องสร้างความเก่ง ขึ้นมาด้วยตัวของน้องเอง"

อย่ารอ ที่จะให้ครูสอน เพราะไม่มีครูคนไหน ที่สามารถสอนหนังสือน้องได้ทุกเวลาที่น้องต้องการ

ไม่มีครูคนไหน ที่สามารถอยู่กับน้องได้ และสามารถตอบคำถามให้น้องได้ ตลอด 24 ชั่วโมง

คนที่อยู่กับน้องได้ ตลอด 24 ชั่วโมง คือตัวของน้องเอง

เพราะฉะนั้น ความเก่งเหนือใคร เราต้องสร้างขึ้นมาเอง

ถ้าน้องเรียน แล้วไม่อ่านหนังสือทบทวน ไม่ทำการบ้าน ไม่ฝึกฝนตนเอง ไม่ทำข้อสอบนับพันๆ หมื่นๆ แสนๆ ข้อ ไม่อดทน ไม่พยายามแล้ว

ยังไง น้องก็ไม่มีทางสอบติดแน่นอนครับ

คนที่จะประสบความสำเร็จในสิ่งยากๆ ที่เขามุ่งหวังได้ ล้วนต้องผ่านน้ำตาแห่งความผิดหวัง ความกดดัน ความอดทน ความง่วง เหนื่อย ล้า ท้อ ผิดหวัง มาแล้วทั้งนั้น

แต่คนเหล่านี้ เขาไม่ยอมแพ้ต่อความผิดหวังของตนเอง ไม่ยอมแพ้ต่อความไม่รู้ ความโง่ของตนเอง ความไม่สำเร็จของตนเองที่ผ่านมา

เขาพยายามหาทางออก ฝึกฝนตนเอง ให้หนักขึ้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เรื่อยๆ เพื่อเอาชนะสิ่งที่เขามุ่งหวังให้ได้

น้องต้องเดินไปให้ถึงจุดนั้นๆ ให้ได้เท่านั้น น้องจึงจะเป็นผู้ชนะที่แท้จริง
*** ทุกคนอยากรู้คำตอบไหมครับว่า ทำไม???

เด็กๆ หลายคนที่ผมสอบถามว่า ในห้วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา มีการเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบอย่างไรบ้าง?

คำตอบที่ได้รับคือ ลูกไปเรียนพิเศษที่สถาบันกวดวิชา A, B, C, D, E, F , G, ... คือ ที่ไหนเขาว่าดี ไปหมดเลย แต่ทำไมลูกไม่เห็นเก่งขึ้นเลย?

ผมตอบกลับไปว่า แม่ครับ ที่ผมถามว่าเตรียมตัวอะไรบ้าง? ไม่ใช่ผมต้องการรู้ว่าเขาเรียนพิเศษที่ไหน อย่างไรมาบ้าง?

*** ผมต้องการถามว่า ตั้งแต่ลูกแม่กลับถึงมาบ้าน 16:00 - 17:00 น.ถึงเวลา 23:00 - 24:00 น. ก่อนนอนนั้น *** ลูกได้ทำการบ้าน อ่านหนังสือ ทำแบบฝึกหัด ทบทวนความรู้ เอาข้อสอบเก่ามาทำ เป็นร้อยๆ ข้อต่อวัน ฯลฯ หรืออ่านหนังสือสอบมากน้อยแค่ไหน? ***

เขาทำแบบนั้นได้วันละสักกี่ชั่วโมง???

คำตอบเกือบ 100% ที่ผมได้รับ คือ "น้อยมาก" หรือ "ไม่เคยเลย"

แม่ครับ ถ้าลูกแม่เรียนหนังสือที่ รร. ไปเรียนติวพิเศษมา แต่ลูกแม่ไม่กลับมาทบทวนบทเรียน ไม่ทำแบบฝึกหัด ไม่หัดทำข้อสอบ ไม่ขยัน ... แล้วลูกแม่จะเก่งขึ้นได้อย่างไรล่ะครับ?

ผมตั้งคำถามสมมุติให้กับผู้ปกครองหลายคนว่า สมมุติ ผมกับแม่เป็นเพื่อนกัน เราสองคนขับรถไม่เป็น แต่เราสองคนอยากขับรถเก่ง

เราสองคนจึงหาข้อมูลว่า ที่ไหนสอนขับรถดี ราคาไม่แพง ฯลฯ ถ้าเราสองคนได้ไปเรียนขับรถที่นี่ เราสองคนต้องขับรถเก่งอย่างแน่นอน

เมื่อเราไปนั่งเรียน เราก็ไม่ผิดหวัง ครูสอนดีมาก สอนวิชาการมากมาย อธิบายตัวอย่าง ขับรถให้เราดู ฯลฯ

*** แต่เราสองคน ไม่เคยฝึกขับรถเลย แม้แต่นิดเดียว ***

ผมถามแม่ว่า แม่ครับ แม่ว่าเราสองคนจะขับรถได้ไหมครับ? แต่ครูที่สอนเขาเก่งมากเลยนะครับ สอนโครตดี เก่งนู่นนี้ a, b, c, d, ... เยอะแยะไปหมด

*** คำตอบที่น่าเศร้าคือ "ยังไง เราสองคน ก็ขับรถไม่ได้ครับ"

*** เพราะเราไม่เคยฝึกฝนในการขับรถเลย ***

*** และต่อให้ครูที่สอน จะเก่งขนาดไหนก็ตาม ถ้าเราไม่ลงมือทำ ไม่ฝึกฝนจนเก่ง จนชำนาญ เราไม่มีทางทำสิ่งนั้นๆ ให้ได้ดี อย่างแน่นอน

4️. สำหรับคนที่ประเมินตนเองแล้วว่า เราพื้นฐานไม่ดี เรายังเก่งได้ไม่มากพอ จะทำอย่างไร?

พี่ขอให้น้อง ประเมินตนเองว่า

a. น้องพยายามเต็มที่เท่าที่ชีวิตน้องจะทำได้แล้ว แต่มันทำได้แค่นี้ หรือ

b. น้องยังไม่พยายามเลย ผลลัพธ์มันก็เลยเป็นแบบนี้

ถ้าคำตอบเป็น a. ปัญหาอยู่ที่สมองของน้อง อาจจะเกิดมาด้อยกว่าคนปกติทั่วไป ตรงนี้สุดทางจริงๆ พี่ช่วยแก้ปัญหานี้ให้น้องไม่ได้

ถ้าคำตอบเป็น b. พี่ขอบอกว่า ปัญหาอยู่ที่ตัวของน้องเอง และน้องต้องเริ่มแก้ปัญหาที่ตัวของน้องเอง *** และไม่ใช่เริ่มแก้ปัญหา ด้วยการไปเรียนพิเศษ ***

น้องต้องประเมินตนเองว่า น้องอ่อน โง่ ทึ่ม หรือไม่เข้าใจเนื้อหาของวิชาไหน และในระดับความรู้ไหน?

แล้วเดินไปหาครู ที่สอนหนังสือให้น้องในวิชานั้นๆ ที่ รร.มัธยมฯ ของน้องเอง

บอกครูวิชานั้นๆ ว่า "ครูครับ ช่วยประเมินผมด้วยแบบทดสอบความรู้คร่าวๆ ให้หน่อยได้ไหมครับ ว่าความรู้ของผมอยู่ในระดับไหน?"

บางคนอาการหนักมาก คืออยู่ ม.4 แล้ว ความรู้พื้นฐานยังไม่ผ่านระดับ ป.6 เลย (อย่าหาว่าดูถูก ประถม 6 นะครับ) *** บางคนหา ห.ร.ม.ยังไม่เป็นเลย *** แต่อยากสอบนายร้อย???

อันนี้ พี่แนะนำ อ่อนวิชาไหน เอาพื้นฐานวิชานั้นๆ ในระดับประถมมาอ่านก่อน ป.5 - 6 เตรียมสอบขึ้น ม.1 อ่านสัก 10 รอบ แล้วทำแบบทดสอบ เตรียมสอบขึ้น ม.1 ให้ได้เกิน 90-95%

จากนั้น ขยับมาเป็นเนื้อหา ม.1-2-3 ทำแบบเดียวกัน วิชาละ 10 รอบต่อการอ่านหนังสือเล่มนั้นๆ บางวิชาต้องใช้หนังสือมากกว่า 1 เล่ม เช่น 2-3 เล่มประกอบกัน ก็เช่นเคย อ่านแล้วทำแบบฝึกหัดแบบทดสอบ เล่มละ 10 รอบ

แล้วไปหาหนังสือ เตรียมสอบขึ้น ม.4 เตรียมสอบเตรียมอุดม ข้อสอบเก่าเตรียมทหารก่อนปี 2558 มาหัดทำ ทำจนกว่าจะเก่ง และเข้าใจมากพอ ประเมินตนเองให้ได้ว่า เห็น Test แล้ว รู้เลยว่าข้อนี้ทำอย่างไร? ข้อนี้ควรข้าม ข้อนี้เคยเห็น ข้อนี้เสร็จเรา ฯลฯ

ซึ่งเมื่อทำได้แบบนี้แล้ว ค่อยขยับมาเป็นเนื้อหา ม.4 สายวิทย์ และทำแบบเดียวกันครับ

รายละเอียดการทำต่างๆ ที่พี่กล่าวมาทั้งหมด พี่บอกเลยว่า เป็นการเดินทางที่ เยอะ เหนื่อย ยาก ทุกข์แสนสาหัส และต้องใช้ความพยายามของชีวิตอย่างสุดยอด แค่ทำเรื่องข้างต้น ชีวิตน้องก็แทบไม่มีเวลาหยิบโทรศัพท์มากดเล่นแล้ว

คนหลายหมื่นคนบอกว่า ผมไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอน

แต่ในการสอบแข่งขันแล้ว มีไม่กี่คนหรอก ที่ยอมทิ้งทุกอย่างของชีวิต ยอมทิ้งโทรศัพท์, Internet, facebook, Line, Games, ฯลฯ รวมทั้งปัจจัยภายนอกทุกอย่าง เพื่อทำสิ่งที่พี่กล่าวมาข้างต้น

เหรียญมี 2 ด้านเสมอ เมื่อมีคนแพ้ ก็ต้องมีคนชนะ

ถ้าน้องยังไม่ชนะ ขอให้รู้ตัวเองว่า เราทำแบบไหน เราจึงไม่ชนะ

และถ้าเราอยากชนะ คนที่ชนะได้ เขาต้องเดินเกมส์ชีวิต อย่างไร ...

ทั้งหมดที่พี่กล่าวมา มันจะเป็นไปไม่ได้เลย ถ้าน้องได้แค่อ่านบทความนี้ แต่ไม่ลงมือทำ จนสำเร็จ

พี่ชี้ทางสว่างให้กับทุกคนแล้ว แต่พี่ทำแทนน้องไม่ได้ พี่สอนหนังสือได้แต่พี่ลงสอบแทนน้องไม่ได้

ความสำเร็จทั้งหมดที่พี่กล่าวมานั้น จะต้องเริ่มต้น เดินทาง และจบเกมส์นี้ลงด้วยมือของน้องเอง

มือของน้อง จะกำชัยชนะ หรือกำความผิดหวังแบบซ้ำแล้วซ้ำอีก ... ก็อยู่ที่การกระทำของน้องเองครับ

พี่แฮท @THAI CADET
เตรียมทหาร 37 เรืออากาศ 44 
เขียนไว้เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2559

THAI CADET

“คอร์สเรียนออนไลน์เพื่อสอบเตรียมทหาร”

THAI CADETเป็นติวเตอร์ขนาดเล็กที่เน้นการสร้างผลงานทางวิชาการเพื่อสอบเตรียมทหาร (คอร์สเรียนออนไลน์, หนังสืออ่านสอบเตรียมทหาร, คลังข้อสอบ ฯลฯ) และเป็นที่ปรึกษาใจดีสำหรับนักเรียนเตรียมสอบเตรียมทหารทุกคน

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (ภาพถ่ายโรงเรียนเตรียมทหาร และนักเรียนเตรียมทหาร ภายในเว็บไซต์แห่งนี้ ห้ามคัดลอก หรือนำไปเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร) 

เปิดให้บริการเว็บไซต์นับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2547

© 2547-2562. All Right Reserved by THAI CADET