เว็บไซต์นายร้อยไทย
บันไดขั้นแรกสู่รั้วโรงเรียนเตรียมทหาร
 
“สัมภาษณ์นักเรียนใหม่”
นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ ๕๔
 
เขียนไว้เมื่อ วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๓
 
 
 
 
 

ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ๒๕๕๓ เวลาผ่านไปเกือบ ๒ เดือนแล้ว ไวไหมครับ?

พี่เชื่อว่า หลายคนที่ปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์ อาจไม่สังเกตเลยว่าตั้งแต่วันประกาศผลรอบสุดท้ายที่เราสอบเตรียมทหารปีนี้ไม่ได้ เราได้เก็บความเสียใจวางไว้ข้างหลัง แล้วเริ่มสู้ใหม่หรือยัง? หลายคนชีวิตนี้หมดโอกาสแล้ว หลายคนยังเหลือโอกาสอีก ๑ ครั้ง, ซึ่งอาจเป็นครั้งสุดท้ายของชีวิต เหมือนคำถามที่ Thaicadet ถามน้องๆ เสมอว่า “เกิดมาชีวิตหนึ่ง จะมีโอกาสสักกี่ครั้ง”

เนื่องจากเป็นการเปิดเทอมใหม่ หลายคนได้เจอเพื่อนใหม่ อะไรๆ ก็ดูใหม่ โดยเฉพาะชีวิตนักเรียนเตรียมทหารใหม่ (นตท.๕๔) ซึ่งตั้งแต่เข้าโรงเรียนเตรียมทหาร ก็เพิ่งจะได้พบผู้ปกครองครั้งแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๓ พฤษภาคม ที่ผ่านมา และได้อดทนเพื่อผ่านความยากลำบากชั้นต้น จนได้รับการประดับเครื่องหมาย "จักรดาว" อันเป็นเครื่องหมายทางการทหารชิ้นแรกของชีวิต และได้แต่งเครื่องแบบนักเรียนเตรียมทหารใหม่กลับบ้าน เป็นครั้งแรกในชีวิตด้วย เช่นกัน

“ความสำเร็จใดๆ ไม่เคยได้มาด้วยการร้องขอ”

ไม่น่าเชื่อว่า จากการที่พี่ได้มีโอกาสพูดคุยกับนักเรียนเตรียมทหารใหม่ และหัวหน้ากองพันที่ ๑ กรมนักเรียน รร.เตรียมทหาร ทำให้พี่ได้แง่คิดที่น่าสนใจ ของทุกคนที่ “สอบเตรียมทหารไม่ติดในปีแรก แต่มีความพยายามเพื่อจะเอาชนะตนเองให้ได้ในการสอบปีต่อมา”

บทความนี้ พี่จึงขอเขียนถึงคำให้สัมภาษณ์ของนักเรียนเตรียมทหารใหม่ รุ่น ๕๔ (จำนวน ๒ ท่าน) และหัวหน้ากองพันที่ ๑ฯ ซึ่งมีหน้าที่ปกครองบังคับบัญชานักเรียนใหม่ทุกนาย ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน จนถึงปัจจุบัน ซึ่งแต่ละคนมีแง่คิดในการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารที่น่าสนใจมาก และอาจแตกต่างกันไปในเรื่องรายละเอียดของแต่ละคน แต่พี่เชื่อว่า ถ้อยคำเหล่านี้ จะเป็นแนวทางที่ดีมากๆ สำหรับทุกๆ คนที่อยากทำครั้งหนึ่งในชีวิตของตนเองให้สำเร็จให้ได้

เรามาติดตามการเดินทางในชีวิตของนักเรียนเตรียมทหารเหล่านี้กันครับ

//

คนแรก เป็นนักเรียนใหม่ นตท.สัจจะ โมรีรัตน์ เป็น นักเรียนเตรียมทหารใหม่ รุ่นที่ 54 เหล่าทหารอากาศ จบ ม.5 รร.พรหมมานุสรณ์ จ เพชรบุรี ไม่เคยมาสอบตอน ม.3 ซึ่งจริงๆ แล้วสอบได้ แต่ไม่ได้สอบ เพราะตอนนั้นยังไม่ค่อยอยากเป็น จึงเป็นการมาสอบเตรียมทหารสองครั้ง ครั้งแรกคือตอน ม.4 พอมาสอบ ม.4 นี่มาสอบครบทั้งสี่เหล่าเลย แต่สอบไม่ติดสักเหล่าเลยครับ มันเป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างหนึ่งคือ มาสอบปีแรกสอบสี่เหล่า แต่ไม่ติดเลย ก็เป็นข้อคิดสอนใจตัวเองว่า "กูมาสอบเตรียมทหารนะโว๊ย สอบสี่เหล่าแต่ไม่ติดสักเหล่าเลย"

นตท.สัจจะฯ จับจุดความผิดพลาดตรงนี้ และสามารถตอบตัวเองที่สอบไม่ติดในครั้งแรกได้ว่า "ผมไม่อ่านหนังสือครับ ไม่ได้อ่านเลย มาสอบเพราะอยากสอบได้ พอสอบไม่ติดก็รู้เลยครับว่า มันต้องอ่านหนังสือเยอะครับ ก็เลยต้องปรับปรุงตัวใหม่ ก็เลยต้องพยายามอ่าน อ่านเรื่อยๆ ครับ"

ด้วยความที่น้องสัจจะฯ ต้องเรียน ม.5 ไปด้วย ต้องอ่านหนังสือสอบเตรียมทหารไปด้วย น้องสัจจะฯ แบ่งเวลายังไง? ... "วันจันทร์ ถึงวันศุกร์ ก็เรียนตามปกติครับ แต่ตอนเย็นวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ก็มาเรียนพิเศษในส่วนของเตรียมทหารด้วย"

แล้วเรียนทุกวันจันทร์ถึงอาทิตย์เลยนี่ เหนื่อยไหมครับ? ... "แม้จะเรียนเรียนทั้งเสาร์และอาทิตย์ด้วย ก็ไม่เหนื่อยครับ เพราะเตรียมทหารเป็นเนื้อหา ม.ต้น ก็จะไม่มีอะไรมาก ใช้การอ่านทบทวนเอา และทำแบบฝึกหัดเยอะๆ ครับ" (Note: นี่เป็นจุดแข็งของคนที่เรียน ม.ปลายสายวิทย์นะครับที่จะได้เปรียบน้องๆ เด็ก ม.3 หลายๆ คน)

งั้นพี่ถามว่า สมมุติเด็กคนนึงที่เคยสอบเตรียมทหารมาแล้วอย่างน้อยสักครั้งนึง แต่สอบไม่ติด น้องสัจจะฯ จะมี หรือให้แนวคิดและคำแนะนำแก่เด็กๆ เหล่านั้น อย่างไรได้บ้างครับ? ... "ก็ต้องแบ่งเวลาให้ถูก ถ้ากำลังเรียน ม.3 ก็ให้ตั้งใจเรียนในห้อง เพราะเป็นเนื้อหาเดียวกัน ที่ต้องเน้นคือวิชา คณิต วิทย์ อังกฤษ, 3 ตัวนี้จะต้องได้ครับ"

จำเป็นไหมครับว่า "คนเรียนกวดวิชาทุกคน จะสอบติดทุกคน" ... "ไม่จริงครับ คนกวดวิชาทุกคนไม่ได้หมายความว่าจะสอบติดทุกคน แต่คนสอบติดทุกคน ไม่จำเป็นต้องกวดวิชาทุกคน อย่างเพื่อนผมก็มีครับ ไม่ได้กวดวิชาก็สอบติดได้ แต่ขยันมาก ขยันสุดๆ"

พี่จึงสรุป Idea ของน้องสัจจะ ฯ ว่า "ความขยันส่วนตัวเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะสอบติด หรือไม่ติดเตรียมทหารครับ"

//

คนที่สอง นตท.กฤษฎา ซอประเสริฐ นักเรียนเตรียมทหารใหม่ รุ่น 54 จบ ม.4 รร.มัธยมวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน สอบ 2 ครั้ง ม.3 และ ม.4

ครั้งแรกน้องกฤษฎาฯ สอบสามเหล่า ตอนจบ ม.3 "ตอนนั้น ก็ตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง บางวันก็อ่าน บางวันก็ไม่อ่าน ผลสอบก็ไม่ติดสักเหล่า ความรู้สึกก็แป้วครับ เพราะเพื่อนสอบติดแต่เราสอบไม่ติด แต่เพื่อนสอบติด เพราะตั้งใจมาก อ่านตั้งแต่เทอมแรก ดูว่าเขาตั้งใจมาก"

ด้วยความที่เห็นเพื่อนสอบได้ แต่เราสอบไม่ได้ จึงเป็นแรงบันดาลใจว่า "ทำไมเราจะทำไม่ได้บ้างวะ" "ดังนั้น พอเราอยู่ ม.4 แล้ว ก็คิดว่าเรากู ม.4 แล้วนะแต่อยากสอบเตรียมทหารปีนี้ให้ได้ เราจึงต้องตั้งใจอ่านหนังสือ อ่านทุกวัน ทำแบบทดสอบแบบฝึกหัดทุกวัน แม้จะกระทบกับเนื้อหา ม.4 บ้าง อาจต้องไปหลับตอนกลางวันในห้องเรียน แต่ต้องกลับมาอ่านหนังสือที่บ้าน วันละ 2, 3, หรือ 4 ชั่วโมง พอปิดเทอมตุลาคม ก็มีเวลาได้เตรียมตัว เรียนพิเศษไปด้วย ซึ่งการเรียนพิเศษให้ผลค่อนข้างดีครับ แต่ส่วนใหญ น่าจะเป็นเกี่ยวกับที่ว่าเราอ่านหนังสือเองมากกว่า"

ด้วยความที่ ปีนี้น้องกฤษฎาฯ สอบทุกเหล่า แต่สอบติดรอบแรกติดสองเหล่า คือตำรวจและทหารเรือ แต่ที่เลือกเหล่าตำรวจไม่ใช่เพราะอันดับรอบแรกดีกว่า แต่ชอบเหล่าตำรวจมากกว่า ซึ่งการสอบรอบสองก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

น้องกฤษฎาฯ เป็นตัวอย่างที่ดี ที่เห็นความสำเร็จของเพื่อน แล้วใส่ความตั้งใจให้กับตัวเอง จนสามารถประสบผลสำเร็จในการสอบเตรียมทหารได้

//

จากนักเรียนเตรียมทหารใหม่ ที่เข้ารับการฝึกการศึกษา และรับการปกครองบังคับบัญชาจากรุ่นพี่ๆ ในปีนี้ จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า พี่ชั้นปีที่ 3 ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหารที่มีอาวุโสสูงสุด จะมีอิทธิพลมากที่สุดสำหรับชีวิตของพวกเขา โดยเฉพาะนักเรียนบังคับบัญชา หรือ Command ซึ่งเป็นนักเรียนปกครองที่ปลูกฝังความเป็นนักเรียนเตรียมทหารให้กับนักเรียนใหม่ทุกคน วันนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ที่หัวหน้ากองพันที่ 1 ได้มารับน้องนักเรียนใหม่กลับเข้าโรงเรียนฯ ด้วยตนเอง พร้อมกับเพื่อนๆ Command กองพันที่ 1 ในเวลา 13:00

ก่อนล้อหมุนประมาณ 15 นาที พี่จึงได้มีโอกาสพูดคุยกับ นตท.กฤษฏิ์ วงศ์ศิริยานนท์ หัวหน้ากองพันที่ 1 ซึ่งเป็นหัวหน้ากองพันฯ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อการฝึกนักเรียนเตรียมทหารใหม่โดยตรง

"กระผม นตท.กฤษฏิ์ วงศ์ศิริยานนท์ เหล่าทหารบก ครับ" หัวหน้ากองพันที่ 1 จบการศึกษาจาก รร.บึงกาฬ จ.หนองคาย เคยสอบเตรียมทหาร 2 ครั้ง คือตอน ม.3 และ ม.4 "ผมสอบเตรียมทหารได้ตอน ม.4 ครับ ตอน ม.3 เคยสอบเตรียมทหาร สอบทุกเหล่าแต่สอบไม่ติดเลย"

พอสอบไม่ติดแล้ว มีแรงแรงบันดาลใจอะไรบ้าง ที่ทำให้เรากลับมาสอบอีกครั้งหนึ่งครับ? ... "ตอนแรก ผมรู้สึกว่า อาจจะยังไม่รู้จักอะไรมากพอ ก็ลองมาสอบดู แต่คราวนี้รู้ว่า เตรียมทหารนี้เป็นทางเลือกที่ดีทางเลือกนึง ก็เลยลองฮึดสู้และก็ตั้งใจสอบอีกครั้งนึง"

เวลาเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบ การแบ่งเวลาที่ ม.4 ก็ต้องเรียน เตรียมทหารก็ต้องอ่านสอบ เป็นอย่างไรบ้างครับ? ... "ผมก็จะใช้เวลาเตรียมอ่านสอบแทบจะทุกคืน เพราะว่าอาจจะเป็นคืนละไม่มาก แต่ว่า เวลาหนึ่งปีที่เหลือนี้ คิดว่ามันก็มากเกินพอที่จะทำให้เราสามารถสอบเข้าได้ คือประมาณช่วง 3 ทุ่มถึง 4 หรือ 5 ทุ่ม ซึ่งเราก็เรียนปกติไปด้วย อ่านหนังสือสอบไปด้วย"

การอ่านหนังสือ กับทำแบบฝึกหัด ให้น้ำหนักตรงส่วนไหนมากกว่ากันครับ? ... "ถ้าเป็นวิชาที่ต้องใช้การคำนวณ ส่วนมากจะเป็นการทำแบบฝึกหัดมากกว่าครับ"

มีหนังสือเพิ่มเติมในการอ่านเตรียมตัวสอบไหมครับ? ..."ส่วนมากจะใช้ข้อสอบเก่าที่มีขายหน้าสถานที่รับสมัคร"

เมื่อมาสอบ ม.4 อีกครัง คราวนี้ติดกี่เหล่าครับ? ..."ก็ติด 3 เหล่า คือไม่ติดเหล่าทหารอากาศครับ :D"

ทำไมน้องกฤษฏิ์ถึงเลือกเหล่าทหารบกครับ? ..."เพราะเป็นเหล่าที่อันดับดีที่สุด และเป็นความชอบส่วนตัวด้วย ก็เลยเหมาะครับ
ส่วนรอบสองก็ไม่ยากอย่างที่คิด เราต้องเตรียมตัวเรื่องพละศึกษา รักษาสุขภาพ"

Share ความคิดนะครับ ที่เราเคยคิดว่าการสอบเตรียมทหารนั้น ยากแล้ว ชีวิตนักเรียนเตรียมทหารจริงๆ เป็นอย่างไรบ้างครับ? ... "ชีวิตนักเรียนเตรียมทหารจริงๆ พูดตรงๆ ก็คือหนักอยู่ เพราะเรายังไม่ชิน แต่ถ้าเราปรับตัวได้สักพักนึงจะรู้ว่ามันไม่ยากอย่างที่คิด"

ตอนนี้ นตท.กฤษฏิ์ ฯ ก็เป็นพี่ชั้น 3 แล้ว เหลือเวลาไม่ถึงปีก็จะเป็นนักเรียนเหล่าแล้ว เป็นนักเรียนใหม่อีกรอบนึง พี่ก็ขอให้น้องกฤษฏิ์ฯ ประสบความสำเร็จในการศึกษาจากรั้วเตรียมทหาร และรั้ว จปร.อย่างที่ตั้งใจครับ

//

ต่อไป มาถึงผู้ปกครองบ้าง

คุณอุดม อินทร์สุข อยู่ อ.บางปลาม้า ลูกชายชื่อ นตท.ศุภนัฐ อินทร์สุข จบ ม.3 รร สูงสุมารผดุงวิทย์ ต.โคกคราม เพราะสอบตอน ม.3 ไม่ติด ลูกชายจึง drop เรียนเพื่อไปติวตอน จบ ม.3 ไม่ได้เรียนต่อ ม.4 เลย ไปติวที่สุราษฏ์ธานี ญาติอยู่นู่น ชื่อ รร.ทักษิณา ไปเรียนกันร้อยกว่าคน สอบภาควิชาการติด 42 คน ลูกชาย สอบติด 3 เหล่า เหล่าทหารหมดเลย ตำรวจไม่ติด และไปเลือกสอบรอบสองเหล่าทหารบก ตอนรอบแรก เหล่าทหารบกได้อันดับ 173 ส่วนเหล่าอื่นคะแนนและอันดับไม่ดีเท่าไหร่ การสอบรอบสองนั้นขับเคี่ยวกันมาก ลูกชายเก่งพอตัว พอประกาศผลตัวจริงจึงได้เป็นอันดับที่ 89

ลูกชาย มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น คือตื่นเช้า เก็บของเอง แต่ยังไม่เห็นอะไรมาก เพราะเพิ่งได้กลับบ้านครั้งเดียวเอง (คุณพ่อหัวเราะ ^^)

เพราะเพิ่งกลับบ้านที่เดียวเอง วันที่ 23 ที่บ้านก็ไปเยี่ยมลูก เห็นลูกครั้งแรกจำไม่ได้ ทำไมลูกแย่ขนาดนี้ ตัวดำ ผอม หัวเหม่ง ได้ขนาดนี้ "แต่ลูกก็ไม่ได้พูดอะไร ไม่บ่น วันนั้นเห็นแต่กินอย่างเดียว ^^" คุณพ่อยิ้ม ติดตลก

"แล้วเป็นห่วงลูกไหมครับ ลูกไปลำบากขนาดนี้" ... "โอ๊ย ไม่ห่วงหรอก เขาจะเอาไปทำอะไรก็เอาไปทำเถ๊อะ ยังไงมันก็คงไม่ถึงตายหรอก ^^" คุณพ่อ ยังตอบอย่างอารมณ์ดี เช่นเคย

 
 
 
 
 
Google
 

เว็บไซต์นายร้อยไทย : บันไดขั้นแรกสู่รั้วโรงเรียนเตรียมทหาร.
© 2012. All Right Reserved by THAI CADET.ORG / Last Updated : Sat, 8 September, 2012 21:11     Bookmark and Share