เว็บไซต์นายร้อยไทย
บันไดขั้นแรกสู่รั้วโรงเรียนเตรียมทหาร
 
“สัมภาษณ์นักเรียนใหม่” :) นตท.เมธาวี สุขประเสริฐ
นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ ๕๒
 
เขียนไว้เมื่อ เดือนกรกฎาคม ๒๕๕๑
 
 

สวัสดีครับ... สมาชิก www.thaicadet.org ทุกคน

ผ่านพ้นไปแล้วนะครับ สำหรับการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่น ๕๒ ในช่วงเดือน มีนาคม – เมษายน ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา อย่างที่พี่เคยบอกไปครับ ไม่ว่าแต่ละคนจะเตรียมตัวกันมาอย่างไรตลอดปี ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา การสอบคัดเลือกก็จะมีผู้สมัครสอบเหล่าละประมาณ ๒๕,๐๐๐ คน (รวมทั้ง ๔ เหล่าก็ประมาณเกือบ ๖๐,๐๐๐ คน !!! เพราะหลายคนสมัครสอบทั้ง ๔ เหล่า) และจะรับจริงๆ เฉลี่ยเหล่าละประมาณ ๑๐๐ คน จึงเปรียบเทียบได้เป็นอัตราส่วนประมาณ ๑:๒๕๐ นั่นเอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า ใครที่เตรียมตัวมาดี ย่อมมีโอกาสที่ดีกว่าคนอื่นๆ

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๑ จนถึงวันนี้ เป็นเวลาเกือบ ๒ เดือนผ่านมาแล้ว น้องๆ ที่สอบไม่ได้ทำอะไรกันอยู่บ้างครับ เริ่มเตรียมตัวกันอีกครั้งหรือยัง หลายคนอาจปล่อยเวลา ๒ เดือนที่ผ่านมาโดยไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ก็มีหลายคนที่ทิ้งความผิดหวังไว้ข้างหลัง และเริ่มเตรียมตัวสอบใหม่เพื่อความหวังในปีหน้า แต่สำหรับผู้สอบผ่านการคัดเลือก ๕๕๐ นายแล้ว พวกเขารายงานตัวเข้ารับการศึกษาตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ช่วงเวลาเกือบ ๒ เดือนเปลี่ยนสภาพนักเรียนมัธยมอายุ ๑๕ – ๑๖ ปี ให้เป็น “นักเรียนเตรียมทหารใหม่” หรือเรียกสั้นๆ ว่า “นักเรียนใหม่” พวกเขาลำบากกันทุกวัน ทั้งกลางวันและกลางคืน เวลาแต่ละวินาทีล้วนมีค่ายิ่ง หน้าที่หลักของพวกเขาคือ “มาเรียน และมาฝึก” จนวันศุกร์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา พวกเขาได้ผ่านพิธีไหว้ครู และได้รับเครื่องหมายชิ้นแรกของชีวิตการเป็นทหาร นั่นคือ “จักรดาว” เครื่องหมายที่เปลี่ยนสภาพพวกเขาจากนักเรียนมัธยม ให้เป็น “นักเรียนใหม่”

วันนี้ Thaicadet มีโอกาสดี ที่ได้สัมภาษณ์นักเรียนใหม่ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นนักเรียนเตรียมทหารใหม่ เหล่าทหารบก เราจึงได้สอบถามด้วยคำถามสั้นๆ เพื่อให้ทราบถึงแรงบันดาลใจ การเตรียมตัวสอบตลอดปี ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา และเสี้ยวชีวิตสั้นๆ ในโรงเรียนเตรียมทหาร ซึ่งเว็บไซต์นายร้อยไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่า น้องนักเรียนใหม่ท่านนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับทุกๆ คน ทั้งท่านผู้ปกครอง และนักเรียนที่มีความมุ่งมั่นในการสอบเข้าศึกษาในรั้วจักรดาวในปีต่อๆ ไป

 

  • ขอเริ่มคำถามเลยครับ รายงานตัวหน่อยครับ

ตอบ กระผม นตท. เมธาวี สุขประเสริฐ ชื่อเล่น ต้นกล้า เหล่า ทหารบก ครับ

 

  • ปีที่สอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารนี้ อายุเท่าไหร่ครับ จบชั้นอะไรมา และสอบมากี่ครั้งแล้วครับ

ตอบ อายุ ๑๕ ปีครับ จบชั้น ม.๓ โรงเรียนวัดนายโรง เพิ่งเป็นการสอบเข้าครั้งแรก ครับ

 

  • ตอนเรียนชั้น ม.๓ ได้เกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ครับ และเพื่อนๆ ที่สอบเข้าได้รุ่นเดียวกัน ส่วนใหญ่ได้เกรดเฉลี่ยเท่าไหร่ครับ และเป็นนักเรียนชั้น ม. อะไรครับ

ตอบ ได้เกรดเฉลี่ย ๓.๗๒ ครับ เพื่อนๆ ร่วมรุ่นส่วนใหญ่ ได้เกรดประมาณ ๓ กว่าๆ ครับ ส่วนใหญ่แล้วอยู่ ม.๔ ครับ

 

  • วิชาหลักที่ใช้ในการสอบ คือคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย และ สังคม น้องต้นกล้าได้เกรดอะไรบ้างครับ

ตอบ เลข ๔.๐๐ วิทยาศาสตร์ ๔.๐๐ ภาษาอังกฤษ ๔.๐๐ ภาษาไทย ๓.๕๐ และสังคม ๓.๐๐ ครับ

 

  • ใช้เวลาเตรียมตัวในการสอบนานไหมครับ เน้นอ่านหนังสือวิชาอะไรเป็นพิเศษไหมครับ

ตอบ ๑ ปีครับ ผมจะเน้นอ่านวิชาคณิตศาสตร์ กับวิทยาศาสตร์ครับ

 

  • คิดว่าการเรียนพิเศษ ช่วยเราได้มากน้อยแค่ไหนครับ และเพื่อนร่วมรุ่น ส่วนใหญ่เรียนพิเศษหรือเปล่าครับ

ตอบ ช่วยได้มากเลยครับ ส่วนใหญ่เพื่อนๆ ก็เรียนพิเศษเหมือนกันครับ

 

  • ในแต่ละวัน ใช้เวลาในการเตรียมตัวสอบอย่างไรบ้างครับ มีเทคนิคในการอ่านหนังสือไหมครับ

ตอบ ผมจะใช้เวลาดูหนังสือหลังเลิกเรียนวันละ ๓ ชั่วโมง เทคนิคคือทำแบบฝึกหัดและข้อสอบเก่ามากๆ ครับ

 

  • นตท. รุ่นนี้ รุ่นที่เท่าไหร่ครับ มีจำนวนรวมทั้งสิ้นกี่นายครับ พอจะบอกได้ไหมครับว่าแต่ละเหล่ามีประมาณกี่นายครับ

ตอบ เป็นรุ่นที่ ๕๒ ครับ มีจำนวน ๕๕๐ นาย เป็นเหล่าทบ. ๑๙๐ นาย ทร. ๘๕ นาย ทอ. ๙๕ นาย ตร. ๑๘๐ นาย ครับ

 

  • และ ถ้าจะถามว่าการสอบเข้าเป็น นตท . นั้นว่ายากแล้ว ชีวิต นตท. เป็นอย่างไรบ้างครับ

ตอบ ยากกว่ามากๆ เลยล่ะครับ เพื่อนบางคนถึงกับทนไม่ไหว ต้องลาออกไป ๑๐ กว่าคนเลยครับ ส่วนตัวผมเองก็แทบแย่เลยล่ะครับ เหนื่อยมากๆ เวลานอนก็น้อย แถมยังสอบตกอีกด้วยครับ

 

  • แล้วตอนนี้ที่เป็นนักเรียนใหม่ จะต้องมีอุปสรรคใดๆ ที่ต้องผ่านไปให้ได้อีกครับ กว่าจะจบชั้นปีที่ ๑

ตอบ อุปสรรคคือ เหนื่อยในการฝึกมากๆ ครับ และเรื่องการเรียนด้วยครับ ที่สำคัญ ผมคิดถึงบ้านมากๆ เลยครับ นึกแล้วก็อยากจะร้องไห้ทุกที T_T

 

  • สุดท้าย อยากฝากอะไรถึง เพื่อนๆ น้องๆ ที่จะสอบเข้าเป็น นตท. ในปีหน้า ทั้งที่ไม่เคยสอบ และสอบไม่ได้ในปีนี้ รวมทั้งปีหน้าอาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้สอบแล้วครับ

ตอบ ก็ขอให้เพื่อนๆที่จะสอบเข้ามา ตั้งใจทำข้อสอบให้มากๆ ครับ และที่สำคัญ คือต้องเตรียมใจไว้ด้วยในการสอบเข้ามาแล้วครับ ต้องอดทน และ ไม่ท้อถอย ไม่ถอดใจง่ายๆครับ

 

  • ตั้งความหวังในอนาคต ทั้งช่วงเวลาอันใกล้นี้ และทางข้างหน้ายาว ๆ ว่าอย่างไรบ้างครับ

ตอบ ผมอยากเป็นนายพลครับ ^_^

***

ขอบคุณน้องต้นกล้ามากๆ ครับ สำหรับบทสัมภาษณ์ข้างต้น ... ทั้งนี้ เว็บไซต์นายร้อยไทยยังมีข้อสังเกต และข้อมูลดีๆ เพิ่มเติมจากน้องต้นกล้ามาแจ้งให้ทราบอีกครับ ว่า

  • เกรดเฉลี่ยของน้องต้นกล้านั้นสูงมากๆ คือ ๓.๗๒ และผู้สอบเข้าได้ท่านอื่นๆ ก็ได้เกิน ๓.๐๐ แสดงให้เห็นว่า ผู้สอบเข้าได้ส่วนใหญ่เป็นคนที่มีผลการเรียนดี และการมีผลการเรียนดี คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญนอนหลับตานิ่งๆ แล้วเกรด ๔ จะวิ่งมาหานะครับ ต้องมีความขยันเป็นที่ตั้งครับ
  • ผู้สอบเข้าได้ส่วนใหญ่จบชั้น ม.๔ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเด็ก ม.๓ จะทำไม่ได้ ดูน้องต้นกล้าเป็นตัวอย่างครับ แน่นอนว่าคนจบ ม.๔ ย่อมมีความรู้แน่นกว่าคนจบ ม.๓ แต่อย่างไรก็ตาม ความขยันส่วนตัวเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด และเป็นตัวตัดสินว่าเราจะสอบได้หรือไม่ครับ
  • วิชาหลัก คือคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ ควรสอบให้ได้เกรด ๔ คือทำให้ได้อย่างดีที่สุด
  • น้องต้นกล้าเคยติดเกมส์คอมพิวเตอร์ เมื่อไปตรวจสายตา พบว่าการเล่นเกมส์ทำให้สายตาเอียงเล็กน้อยทำให้สายตาผิดปกตินิดหน่อย จึงเลิกเล่นเกมส์ไปเลย (ซึ่งนับว่าโชคดีมากๆ เพราะไม่เกินเกณฑ์การตรวจร่างกายในการสอบรอบสอง) และมีหลายคนที่สอบผ่านรอบแรกได้ แต่มาตกตรวจร่างกาย เพราะสายตาผิดปกติจากการเล่นเกมส์และใช้ computer ซึ่งน่าเสียดายโอกาสมากๆ
  • การสอบคัดเลือกในปีที่ผ่านมาใน นักเรียนเตรียมทหารรุ่นก่อนๆ สอบคะแนนวิชาคำนวณได้สูงมาก แต่สอบภาษาอังกฤษได้ไม่ดี ดังนั้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ นี้เป็นต้นไป หากผู้สอบคัดเลือกเป็นนักเรียนเตรียมทหารได้คะแนนภาษาอังกฤษได้ไม่ถึง ๔๐% แล้ว ทางโรงเรียนเหล่าจะไม่ตรวจคำตอบวิชาอื่นๆ เลย และจะปรับเป็นสอบตก เนื่องจากพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่ดี
  • ภายหลังวันที่ ๒ หลังการรายงานตัวเข้ารับการศึกษา มีนักเรียนใหม่ทยอยลาออกไปแล้ว ประมาณ ๑๐ กว่านาย เมื่อมีนักเรียนใหม่ลาออกไป ตัวสำรองจะถูกเรียกเข้ามาใหม่ทันทีในเวลาไม่เกิน ๑ วันทำการ แสดงให้เห็นว่า “ไม่ง่ายเลยสำหรับการใช้ชีวิตเป็นนักเรียนใหม่” ดังคำตอบข้อ ๑๑ ที่น้องต้นกล้าตอบมาข้างต้น
  • นักเรียนเตรียมทหารใหม่ ยังต้องฝ่าฟันความยากลำบากสำหรับชีวิตในกรมนักเรียนเตรียมทหารอีก ๒ ด่าน คือการผ่านพิธีรับชุดปกติ และพิธีรับแหวนรุ่น และด่านที่สำคัญมากๆ ฝั่งส่วนการศึกษา คือการเรียนและสอบให้ผ่านในแต่ละปีการศึกษา    

 

จะเห็นว่า ไม่ง่ายเลย ที่เด็กอายุ ๑๕ ปี จะต้องรับผิดชอบงานที่มากมายขนาดนี้ งานที่ต้องยอมอดทนเหนื่อยทั้งกายและใจ เพื่อจุดมุ่งหมายเดียว คือดาวสีทองที่เปล่งประกายบนบ่าวันที่พวกเขาจะจบการศึกษาจากโรงเรียนเหล่าทัพ ในอีก ๗ ปีข้างหน้า เข้ารับพระราชทานกระบี่ และรับราชการเป็นนายทหารหลักของกองทัพไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกๆ คนใฝ่ฝัน มิใช่หรือครับ

สุดท้ายนี้ น้องต้นกล้ายังฝากรูปถ่ายเปรียบเทียบตอนก่อนเข้ารับการศึกษา, เข้ารับการฝึก และชุดนักเรียนใหม่ (ที่ดูดีกว่าพี่ๆ รุ่นก่อนๆ ที่ใส่กางเกงขาสั้น เข้ากันมากๆ กับถุงเท้ายาวครึ่งแข้ง ที่เรียกว่า “ชุดกำนัน”) และถ้านักเรียนใหม่ได้รับชุดปกติแล้ว เว็บไซต์นายร้อยไทยจะนำข้อมูลดีๆ จากรั้วเตรียมทหาร มานำเสนอให้สมาชิกทุกท่านทราบในโอกาสต่อไปครับ

 
 
 
 
 
 
 
เว็บไซต์นายร้อยไทย
บันไดขั้นแรกสู่รั้วโรงเรียนเตรียมทหาร
 
นตท.เมธาวี ส. :)
 
Date: Sun, 14 Sep 2008 19:41:35 +0700
 
 
 

สวัสดีครับ พี่อิศระ

ผม นตท.ต้นกล้า มารายงานตัวครับ ตอนนี้ผมกำลังปิดเทอมอยู่ครับ ก็มีความสุขดี หลังจากวันที่ผมได้กลับบ้านครั้งแรกและเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นผมก็ต้องกลับเข้าโรงเรียนอีกครั้ง ด้วยความรู้สึกที่แค่คิดก็เหนื่อยแล้วครับ เวลามันช่างเดินเร็วเหลือเกิน เมื่อเข้า ร.ร.แล้วชีวิตผมก็ต้องเข้า รปจ.เหมือนทุกๆวัน พอเวลาผ่านไปผมเริ่มยอมรับได้ และวันที่ผมภูมิใจก็มาถึงคือวันที่ได้สวมชุดปกติ (4 ก.ค.51) โดยก่อนวันรับชุดปกติ ก็ต้องมีการสร้างความภาคภูมิใจในเครื่องแบบซะก่อน นั่นก็คือ “ขุดชุด” 555+ สนุกครับไม่รู้สึกเหนื่อยเลยครับเพราะขุดเสร็จก็จะได้ใส่เครื่องแบบเลย และวันรุ่งขึ้นก็ได้ใส่กลับบ้านหลังจากทำพิธีสวมเครื่องแบบเสร็จแล้ว

การใช้ชีวิตอยู่ใน ร.ร. ก็ค่อนข้างระวังตัวมากครับ คือมันต้องอยู่ในระเบียบวินัย และถ้าใครโดนทำโทษ บางครั้งอาจจะโดนกักบริเวณ มันเป็นความรู้สึกที่ทุกๆคนไม่อยากเจอ เวลาที่ได้ยินเสียงกลองเดินแถวปล่อยกลับบ้านของเพื่อนๆแต่เราไม่ได้กลับ มันรู้สึกแย่มากๆ อาทิตย์ที่ได้กลับบ้าน ผมจะดีใจเป็นที่สุด รู้สึกว่าเวลาทุกวินาทีมีคุณค่ามากๆ ทำให้ผมวางแผนว่าจะต้องทำอะไรบ้างก่อน-หลัง จัดลำดับของงานที่ทำ เป็นสิ่งที่ดีครับ ชีวิตประจำวันของผมก็เริ่มตั้งแต่ 05.30 น.ของทุกๆวันและจะสิ้นสุดลงเมื่อ 22.00 น. ของบางวัน กว่าจะได้นอนจริงๆก็ดึกมากล่ะครับ เพราะต้องแอบขัดรองเท้ากันอีก

เรื่องการเรียนไม่ต้องห่วงครับ เรียนยากจริงๆ ก็เหมือนกับ ร.ร.ข้างนอกล่ะครับ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี อังกฤษ ไทย สังคม คอมฯ ห้องสมุด แล้วก็กิจกรรมชมรม ประมาณนี้ครับ พอเข้าช่วงแห่งการสอบก็จะมี รปจ.ให้อ่านหนังสือถึง 24.00 น. เรื่องข้อสอบก็ยาก คณิตศาสตร์ไม่มี choice เลยแสดงวิธีทำอย่างเดียวและก็เป็นแบบเดียวกันในหลายๆวิชาครับ เพราะฉะนั้นต้องตั้งใจเรียนในห้องให้เข้าใจ นี่ก็เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่พอจะเขียนเล่าให้ฟังได้นะครับ

พิธีสวมแหวนรุ่น 52 (3 ก.ย. 51) จะเป็นวันที่อากาศค่อนข้างร้อนครับ ผมต้องเดินเข้ามาในพิธีเวลาประมาณ 09.00 น.แดดกำลังร้อนและชุดพิเศษก็เต็มไปด้วยเหงื่อ คืนก่อนหน้านี้มีการขุดแหวนสนุกมากๆ ทั้งเหนื่อยทั้งมันส์ ตัวผมเองก็เหนื่อยเหมือนกันครับ ทั้งคืน เอาเป็นว่าคืนนั้นไม่ได้นอนเลยครับ แต่ก็เป็นความภาคภูมิใจนะครับที่ผ่านวันนี้มาได้

สุดท้ายนี้ผมต้องขอขอบพระคุณ คุณพ่อ คุณแม่ ป้านิตยา พี่อิศระ พี่เกรียงไกร และคนอื่นที่ไม่ได้กล่าวถึง คอยให้กำลังใจ ข้อคิด คำแนะนำ มาโดยตลอดจนมาถึงวันนี้ได้ อุปสรรคยังมีอีกมากรออยู่ข้างหน้ากว่าจะครบ 7 ปี ผมจะอดทน ตั้งใจ พยายามฟันฝ่าอุปสรรคไปให้ได้ เพื่อเป็นนายทหารรับใช้ประเทศชาติและตอบแทนบุญคุณแผ่นดินเกิดครับและผมได้ฝากรูปมาให้ด้วยนะครับ หวังว่าคงจะโชคดี สำหรับคนที่ต้องการเป็นนักเรียนเตรียมทหารแบบผม

นตท. เมธาวี สุขประเสริฐ

ปล.ผมเขียนไม่ค่อยเก่งนะครับพี่อิศระ ผมไม่ชอบภาษาไทย

 
 
 
 
 
 
 
เว็บไซต์นายร้อยไทย
บันไดขั้นแรกสู่รั้วโรงเรียนเตรียมทหาร
มาแล้วครับ :)
Date: Thu, 23 Jul 2009 10:22:06 +0700
 
 

สวัสดีครับ p'HAT ผมต้องขอโทษด้วยที่จดหมายฉบับนี้มันล่าช้ามากมาย เพราะว่าหลังจากที่สอบเสร็จ อาทิตย์ต่อมาผมก็ต้องไปดูงานที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพิ่งกลับมาเมื่อวานนี้เองครับ (ที่ไปดูงานมาสนุกมากเลยครับ)

เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า...

ผมพอจำได้ว่าพี่อยากรู้ชีวิต นตท.ชั้นปีที่ 2 ว่าปัจจุบันเป็นยังไงใช่ไหมครับ เอาตั้งแต่วันแรกเลยละกัน

ครับ ... วันแรกที่เปิดเทอม 1 ของการเป็นชั้นปีที่ 2 ใหม่ผมรู้สึกตื่นเต้นมากเลยครับว่า เอ๋...กูจะได้อยู่ตอนไหน เพื่อนคนไหนว่ะ อะไรประมาณนั้น พอผมเข้าโรงเรียนผมก็ไปดูบอร์ดที่หน้ากองพัน

เอ๊ะ ผมได้ไปอยู่ ตอน 14 นั่นก็แสดงว่า ผมต้องไปอยู่พัน.นร.4 ด้วยล่ะซิ (กองพันที่...ที่สุดในกรมนักเรียนแล้วครับ) พออ่านเสร็จแล้วผมรู้สึกเหนื่อยทันทีเลยครับ (นี่แค่อ่านนะครับเนี่ย)

พอเข้าโรงเรียนอาทิตย์แรกก็ยังไม่มี การเรียน การสอน ก็ให้เวลาในการย้ายกองพัน และทำความรู้จักกับนักเรียนบังคับบัญชาชุดใหม่ (โดนแดก...)

พอเข้าอาทิตย์ที่ 2 น้องนักเรียนใหม่รุ่น 53 ก็เข้ามารายงานตัว บรรยากาศก็คล้ายๆกับปีที่แล้วเลยครับ ต่างกันตรงน้องรุ่นนี้อนุญาตให้ผู้ปกครองขึ้นตึกได้ โรงนอนอ่ะครับ

แต่ปีที่แล้วไม่อนุญาต หลังจากที่ นร.ใหม่เริ่มเข้ามาครบทุกเหล่าแล้ว ผมก็กลายมาเป็นชั้นปีที่ 2 ใหม่อย่างเต็มตัว นั่นก็คือรู้เกมมากขึ้น และก็ท่าธำรงค์วินัยก็เพิ่มมากขึ้น (.*.มันน่าภูมิใจมั๊ยเนี่ย*.*)

และคำพูดที่ชอบพูดเหลือเกิน "เป็นชั้นปีที่ 2 แล้วทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีกับน้องมันด้วย ถ้าทำตัวได้แค่เนี๊ย จะเอาอะไรไปสอนมัน ไม่ต้องพูดกันมากและ...หมอบ...ลุก...ลัล ลัน ล้า..."

และแล้วคำพูดเหล่านี้ก็กลายมาเป็น รปจ. ชุดฝึกสวดมนต์(สวดมนต์ทำไมต้องชุดฝึก 555+) ในแถว 3 ทุ่มของทุกๆวัน

เมื่อเวลาผ่านไป ชั้นปีที่ 2 ก็เปลี่ยนไป ความสบายเริ่มเข้ามา ทำให้ระเบียบวินัยเริ่มหายไป จนถึงทุกวันนี้ แต่ไม่ใช่ว่าผมจะเหนื่อยทุกวันนะ มันก็มีบ้างที่สบาย ยิ่งมาช่วงหลังๆๆนี่คอมแมนด์ปล่อยแล้วครับ รู้สึกสบายใจเลย

ที่อ่านมานี้ยังหาเรื่องดีๆ ไม่เจอเลย! อ๋อ...มันไม่ใช่อย่างนั้นครับ ใช่ว่าเป็นชั้นปีที่ 2 แล้วสิ่งที่เพิ่มขึ้นมาไม่ใช่เพียงท่าทำโทษเพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ อาวุโส อาวุโส ของผมมากขึ้นแล้ว เย่! และก็มีกิจกรรมดีๆมากมาย และที่ผ่านมาก็มี ดูงานที่วัดโพธ์ กิจกรรมพี่พบน้อง (ขุดจักรดาว ขุดชุดปกติ) และที่เพิ่งผ่านมาเมื่อวานนี้เองก็คือ การไปศึกษาดูงานที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สนุกมากครับ ไปกันตั้งหลายจังหวัด แถมยังได้เที่ยวอีกด้วย ผมรู้สึกประทับใจมากครับโดยเฉพาะตอนที่ ผบ.กรม นร ปล่อย ชั้นปีที่ 2 พักบ้านที่ อุดรธาณี เลยโหปล่อยตั้งอุดร...อย่างนี้สนุกเลยครับ ผมกับเพื่อนๆก็นั่งรถไฟจากอุดรมากรุงเทพ มันเป็นครั้งแรกของผมที่ได้นั่งมากับเพื่อนเยอะๆ ไม่ต้องให้บอกเลยครับว่ามันสนุกมากขนาดไหน จนนายตรวจรถไฟที่ตรวจตั๋วอ่ะครับต้องมาล๊อกโบกี้รถไฟที่อยู่ข้างหน้าอ่ะครับแล้วบอกว่า น้องเข้าออกไม่ได้แล้วนะครับมันดึกแล้ว คือที่เล่านี่มันไม่ได้เกียวอะไรหรอกครับ แต่ว่าผมยังติดลมอยู่ แหม ก็เพิ่งกลับมาเมื่อวานหนิครับ

สุดท้ายนี้ ผม ต้นกล้า ขอให้พี่ แฮท มีสุขภาพที่สมบูรณ์ แข็งแรง ไม่ติดหวัด 2009 สวัสดีครับ

 
 
 
 
 
 
 
เว็บไซต์นายร้อยไทย
บันไดขั้นแรกสู่รั้วโรงเรียนเตรียมทหาร
“ชั้น ๓ แล้วพี่ ... ดีใจ”
Date: Sun, 9 May 2010 14:23:41 +0700
 
 

 

ากทุกคนยังจำได้ ช่วงต้นปี 2551 ทีมงานนายร้อยไทยเคยมีส่วนร่วมผลักดันและสนับสนุนให้เด็กชายคนหนึ่งสามารถวิ่งคว้าความฝันในการสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารเหล่าทหารบกได้ ซึ่งน้องคนนั้นเคยเล่าประสบการณ์การเป็นนักเรียนเตรียมทหาร ในช่วงที่เขายังเป็นนักเรียนใหม่ ว่าหนักหนาสาหัสขนาดไหน กว่าแต่ละวันจะผ่านไปได้เขาต้องพบกับอะไรบ้าง

เวลา 2 ปีผ่านไปไวมากๆ จากนักเรียนใหม่ในวันนั้น ก็มาเป็นนักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 3 ในวันนี้ ซึ่งชั้น 3 เป็นนักเรียนเตรียมทหารชั้นที่มีอาวุโสที่สุด และมีน้องอีก 2 ชั้นปี คือชั้นปีที่ 2 และนักเรียนใหม่ รวมทั้งสิ้น 2 รุ่น ที่พี่ชั้น 3 ต้องคอยดูแล และปลูกฝังความเป็นพี่เป็นน้องให้ต่อไป

ตลอดช่วงระยะเวลา 2 ปีของนักเรียนเตรียมทหารท่านนี้ มีอะไรเกิดขึ้นและผ่านเข้ามาในชีวิตบ้าง เพื่อเป็นคำตอบให้หลากหลายคำถามที่ทุกคนอยากรู้ ผมจึงขอมอบเว็บเพจนี้ สำหรับการเล่าเรื่องราวของชีวิตในรั้วเตรียมทหาร ให้กับ “นักเรียนเตรียมทหารเมธาวี สุขประเสริฐ” หรือ “น้องต้นกล้า” ครับ

 

          สวัสดีครับพี่แฮท ผมคงไม่ต้องรายงานตัวอีกรอบแล้วนะครับ แหะ ๆๆ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ พี่แฮทมากเลยนะครับที่ช่วยผมตั้งแต่ก่อนเข้าเตรียมฯ จนถึงทุกวันนี้พี่ก็ยังคงติดตามผมอยู่ตลอด ดีใจครับพี่...

          จากวันนั้นวันที่ผมเป็น นร.ใหม่ในโรงเรียนเตรียมทหาร จนถึงวันนี้วันที่ผมเป็นนักเรียนชั้นปกครองของโรงเรียนเตรียมทหารมีหลายสิ่งมากมายที่ผ่านเข้ามาตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ช่างเป็นเด็กซะเหลือเกิน รวมไปถึงความคิดอะไรก็เปลี่ยนไปด้วย 

          ตอนสมัยที่ผมเพิ่งขึ้นมาเป็นชั้นปีที่ 2 ตอนแรก ๆ ยอมรับเลยครับว่าหนักอยู่เหมือนกัน เหมือนนักเรียนใหม่เดินได้ประมาณนั้น เพราะว่าชั้นปีที่ 2 เป็นชั้นระหว่างกลางมีทั้งน้อง และพี่ทำให้ลำบากใจครับ จะทำอะไรซักอย่าง บางครั้งก็อยากแดกน้องนะ แต่ก็เกรงใจรุ่นพี่ แต่บางครั้งรุ่นพี่เอาเราไปแดกให้น้องเห็นบ้าง อะไรบ้าง ก็มันอยู่โรงเรียนเดียวกันนี่ครับ จะไม่ให้เห็นเลยได้ไง ตอนนั้นรุ่นพี่ก็บอก “นี่นะเป็นชั้น 2 แล้วหัดทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีให้น้องมันเห็นบ้างซิ เดี๋ยวน้องมันเห็น มันก็ทำตาม (ผมคิดในใจ ชั้น 2 น้องจะเห็นได้ไงว่าเป๊ะแค่ไหน ทั้ง ๆ ที่โดนแดกลานก็ใกล้ ๆ กัน ดันพื้นตู้ ๆ ให้น้องดูหรอ ไม่ใช่มั้ง!!!)” มันก็มีแต่พวกพี่ชั้น 3 ทั้งหลายนั่นแหละที่จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องได้ แต่ก็อย่างว่าหล่ะครับ เมื่อเราได้เป็นชั้นสูงแล้วหลาย ๆ คนก็ปล่อยตัว รักความสบายกันทั้งนั้นรวมถึงตัวผมด้วย เพราะฉะนั้นแบบอย่างที่ดีก็ต้องมาตกเป็นภาระของชั้น 2 อยู่ดี แหะ ๆๆๆ 

 

 

          ในระหว่างการเรียนอยู่ชั้น 2 นั้นก็มีการเรียนการฝึกอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเรื่องเรียน ต้องใช้ความรู้สมัยชั้น 1 เข้ามาช่วยด้วย แต่มันได้ละลายหายไปกับเหงื่อที่ไหลหยดลงพื้นในทุกค่ำคืน ถ้าผมย้อนกลับไปได้นะ ผมก็จะอู้ให้มาก ๆ เอ้ย!!! ไม่ใช่ครับ ตั้งใจเรียนให้มาก ๆ จะได้เอามาใช้กับชั้น 2 ได้ น้อง ๆ หลายคนอย่าเพิ่งทิ้งเรื่องเรียนเป็นอันขาดนะ สำคัญจริง ๆ พี่คงบอกได้แค่นี้

          สำหรับเรื่องเรียนได้ผ่านไปแล้ว เรื่องฝึกก็ไม่แคล้วต้องเล่า ตอนชั้น 2 ผมมีฝึกอยู่ ประมาณ 3 อย่างได้ มี ยิงปืนจัดชั้นคุณวุฒ เดินทางไกลและพักแรม รร.จปร. และกระโดดร่มแบบพาราเซล (เรื่องยิงปืนหน่ะผมได้เหรียญทองเลยนะครับ ในตอนมี 30 คน ผมกับบัดดี้ได้เหรียญทอง) ที่สนุก ๆ ก็ไม่น่าพลาดเดินทางไกลกับกระโดดร่มหรอกครับ) ทำไมหน่ะหรอ!!! ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า นครนายกเป็น จ.ที่ร้อนแบบอบอ้าวมาก บวกกับมีภูเขามาบังลมทำให้อากาศบริเวณนั้นร้อนแบบอบอ้าวมาก ตอนที่ผมเดินออก ก็ออกตอนบ่ายนะ ถึงที่ รร.จปร.เวลาไม่เกิน 16.30 ทุกหมวดต้องมาถึงให้หมด ระยะทางในการเดินทางทั้งหมดก็ประมาณ 13 กม. บวกกับเครื่องกระเป๋าที่หนังอึ้ง ที่ข้างในบรรจุด้วยเครื่องสนาม (เต้นท์สนาม หม้อข้าว และถุงอาหารที่ถูกจัดมาให้เพียงพอกับมื้อเย็นที่ต้องทำกินเอง) และแล้วการเดินทางก็เริ่มขึ้น เมื่อผู้หมวดออกเดินทางนำไป ทุกคนต่างก็มีความสุขกันมากที่จะได้ออกจาก รร.ตท. ไปยัง รร.จปร. ในระยะแรก ๆ (2-3 กม.) ทุกคนยังไหวอยู่บางคนเอาน้ำมาแค่ครึ่งกระติกเพราะกลัวหนัก แต่ผมกลัวน้ำไม่พอก็เลยนำขวดน้ำไปเพิ่มอีก 2 ขวด ยอมหนักดีกว่าไม่มีน้ำกินครับ แล้วระยะทางก็ไกลออกไป ทุกคนขาล้าเป็นอย่างมากในทันทีที่ผู้หมวดให้พัก ผมกับเพื่อน ๆ ก็ลงไปนั่งข้างทางอย่างเหนื่อยล้ามาก (แบบนอนตากแดดข้างถนนเลย) ไหล่ตอนนั้นก็ช้ำนอกช้ำในหมดแล้ว สุดท้ายก็มาถึงที่ รร.จปร. โดยครบทุกคน เป็นการเดินทางที่เหนื่อยมากเพราะว่าเดินอ้อมเขาหน่ะสิ... 

          การฝึกโดดร่มพาราเซล ณ เขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี นั้น นตท.ชั้น 2 ก็นั่งรถออกจากโรงเรียนอย่างตื่นเต้น เพื่อเตรียมตัวไปฝึกที่เขาชนไก่ ในระหว่างทางพวกผมก็หลับเอาแรงในรถ 3 ชม. ได้ พอไปถึงที่ ผมก็ลงจากรถไปรวมแถวอากาศที่นั่นร้อนมากการฝึกมีทั้งหมด 10 วัน โดดร่ม 4 วัน บุคคลทำการรบ 2 วัน อื่น ๆ 4 วัน ผมจำได้เลยว่า ป่าที่นั่นร้อนมาก แห้งทุกต้นเลย ในขณะที่ฝึกอยู่บนที่ตั้ง ก็เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับผมเล็กน้อยที่สถานีหนึ่ง ไหล่กระแทกพื้น เลยเกิดอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ข้างขวา แต่ผมก็ยังคงไม่เป็นไรมาก จนถึงวันโดดร่มจริง สนุกมากเลยครับ รถที่ลากไปนั้นได้ลากตัวผมไปลอยอยู่บนฟ้า จากนั้นก็ปลดสายออกละบังคับร่มลงมาสุ๋พื้นดินอย่างสวัสดิภาพ (เบามาก) อ่านยังไงก็ไม่เท่าของจริงหรอกคับ สนุกมาก ๆ 

          ปิดเทอม... ในระหว่างการปิดเทอม ก่อนจะขึ้นชั้น 3 รร.ตท. ได้มีการศึกษาดูงานที่ภาคเหนือ แน่นอนหล่ะครับว่าเชียงใหม่แน่นอน เตรียมทหารได้มีงานกีฬาประเพณี เตรียมทหาร-ยุพราช เป็นทุก ๆ ปีอยู่แล้ว ผมขอบอกเลยว่า สาวเชียงใหม่น่ารักมาก ๆ ตอนนี้ผมยังปลื้มไม่หายเลย หลาย ๆ คนบอกว่า “มาเชียงใหม่เนี่ยแหละ เอ็งจะได้พบกับรักแท้” ผมก็นึก ผมจะได้เจอรึป่าวน้า ในวันนั้นผมเป็นคนเชิญธงกับสาวยุพราชด้วยแหละ 555+ (มีรูปแน่นอน) นอกจากจะไปรร.ยุพราชแล้ว ทาง รร.ตท.ยังพาไปดูงานต่าง ๆ เช่น วัดร่องขุ่น สวนสัตว์เชียงใหม่ สามเหลี่ยมทองคำ ประเทศลาว ฯลฯ เยอะแยะมากครับ ผมชอบมากที่สุดเลยดูงานภาคเหนือเนี่ย – ชอบทั้งคน(สาวเชียงใหม่) ทั้งเมืองเชียงใหม่ ฯลฯ 

 



   

          ในระหว่างการศึกษาของผมตอนอยู่ชั้น 2 ผมอยู่ชมรมดาบสากล มีโอกาสได้ออกไปแข่งดาบกับคนนอกโรงเรียน สนุกดีครับ เปิดโอกาสให้ไปทดลองฝีมือ

          วันสุดท้ายของพี่ชั้น 3 ผมขอบอกเลยว่า จะซึ้งก็ไม่ซึ้ง จะเศร้าก็ไม่เศร้า ออกแนวดีใจด้วยซ้ำไป ในวันนั้น พ่อ แม่ พี่ น้อง ของพี่ชั้น 3 มากันเพียบเลยครับ มาเพื่อจะมาดูลูกตัวเองกลับไปเป็นนักเรียนใหม่อีกครั้ง แต่อยู่ในคราบ นักเรียนนายร้อย – นายเรือ คงไม่ต้องบอกถึงความรู้สึกของพี่ ๆ ทั้งหลาย 555+ คงรู้สึกแบบเดียวกับผมตอนเป็นนักเรียนใหม่ แล้วยกกำลัง 8 เข้าไป 

          สำหรับวันนี้ วันที่ผมได้มาเป็นชั้น 3 อย่างเต็มตัว บอกตรง ๆ เลยว่าใจหายครับ อะไรกันเวลาทำไมมันผ่านไปเร็วอย่างนี้หล่ะ จะขึ้นเหล่าแล้วหรอเนี่ย อะไรหลาย ๆ อย่างรู้สึกว่ายังทำไม่เต็มที่เลยครับ คาดว่า 1 ปีที่เหลือกะจะทำอะไรในสิ่งที่ท้าทายบ้าง แหะ ๆ เมื่อผมได้มองย้อนกลับมาดูนักเรียนใหม่ รุ่นที่ 54 ผมก็คิดว่า “สมัยนั้นกูหนักกว่านี้รึป่าวว่ะ” แบบออกแนว อิจฉา เฮ้ย เพื่อน Command แดกน้องให้หนักกว่านี้ได้ป่ะ อะไรประมาณนี้ครับ ผมก็นึกถึงสมัยนั้น ผมเองยังทำไม่ไหวเลย 555+ ผมคาดว่ามีอะไรดี ๆ ที่พี่ 50 สอนผมมา ผมก็จะให้น้อง 54 ตามนั้นไป ไม่อยากให้มีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนักเพราะว่าเตรียมทหารจะได้ยังคงอยู่ต่อไปแบบเดิม หนักแบบไหนก็คงแบบนั้น วัฒนธรรม ประเพณี อะไรก็ยังคงมีอยู่แบบเดิม เพียงแต่จะลดน้องลงไปทุกวันตามยุคสมัย    

 

          สุดท้ายผมก็มีอะไรจะฝากน้อง ๆ ที่อยากเป็น นตท. (ในมุมมองของ นตท. คนหนึ่ง) การสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารนั้นยากแล้ว แต่การใช้ชีวิตอยู่ภายในโรงเรียนเตรียมทหารนั้นยากยิ่งกว่า เพราะฉะนั้น น้อง ๆ ต้องเตรียมตัวเตรียมใจให้ดี ๆ ว่า นี่นะ เราเป็นทหารนะ จะใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้ น้อง ๆ คงหมดสิทธิ์ที่เลิกเรียนจะไปเดินห้างฯ กับเพื่อน ๆ หรือว่าไปดูหนังกับแฟน อดแน่นอนน้อง น้องต้องทำใจนะครับ แต่เดี๋ยวก็ชินปรับตัวได้เองแหละ สู้ ๆ นะน้อง ๆ ทั้งหลายพี่จะเป็นกำลังให้น้อง ๆ เสมอ

                                        From N’Tonkla

 
 
 
 
 
Google
 

เว็บไซต์นายร้อยไทย : บันไดขั้นแรกสู่รั้วโรงเรียนเตรียมทหาร.
© 2012. All Right Reserved by THAI CADET.ORG / Last Updated : Sat, 8 September, 2012 21:39     Bookmark and Share