ทุกๆ วันที่ 31 Dec หรือ 1 Jan ของทุกปี ทุกๆ คนในโลกจะเข้าสู่การฉลองปีใหม่ และบอกกับตัวเองว่า ขอให้สิ่งแย่ๆ เมื่อปีที่แล้วผ่านไป และขอให้มีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต พร้อมๆ กับปีใหม่ที่ก้าวเข้ามาแทนที่ปีเก่า
จริงๆ จะว่านานก็นาน จะว่าเร็วก็เร็ว สำหรับเวลา 1 ปีหรือประมาณ 365 วัน เพราะคนเราไม่อาจคาดเดาหรือล่วงรู้อนาคตได้อย่างแม่นยำว่าวันพรุ่งนี้เราจะเจอกับอะไร เราทุกคนจึงอาจเป็นคนหนึ่งที่โชคดี ที่มีอายุผ่านมาอีก 1 ปี (อย่าเรียกว่าแก่ไปอีก 1 ปีเลย) อย่างปลอดภัย แต่สำหรับคนที่ผ่านชีวิตมาสักระยะหนึ่งแล้ว เราทุกคนเคยคิดหรือถามตัวเองบ้างไหมว่า 1 ปีที่ผ่านมา ที่เราตั้งใจจะให้มันเป็นปีที่ดีกว่าปีที่ผ่านๆ มา มันเป็นจริงอย่างที่เราคาดหวัง หรือไม่???
จริงอยู่ เรากำหนดตัวแปรทั้งหมดที่เข้ามาในชีวิตของเราไม่ได้ สิ่งที่เราคาดหมาย มุ่งหวัง หรือตั้งใจให้มันเป็นจริงๆ มันอาจเกิดความน่าจะเป็นขึ้นได้ตั้งแต่ 500% -> 100% -> 0% ทั้งๆ ที่เราอาจตั้งใจทำมันอย่างสุดๆ แล้วก็ตาม หลายคนโชคดีขึ้น รวยขึ้น มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีขึ้น และเห็นความสำเร็จในชีวิตของตัวเองอยู่ไม่ไกล แต่มีอีกมากมายหลายคนในสังคมที่ยังมีชีวิตแบบตรงข้ามแบบสุดขั้ว สุดขั้วจริงๆ วันนี้สิ่งที่ผมเห็น ท่ามกลางงานฉลองปีใหม่ รถยนต์ Honda Civic คันงามระยับที่มีเด็กน้อยอายุ 3 ขวบนั่งตักคุณแม่แสนสวย กำลังขับผ่านรถเก็บขยะคันเ่่ก่าๆ ที่มีแม่จนๆ กำลังเข็นหลบอยู่ริมถนน บนซาเล้งคันนั้นมีเด็กน้อยอายุประมาณ 3 ขวบแต่งตัวมอมแมมกำลังมองตาม Civic คันหรูคันนั้น จนมันแล่นลับตาไป
เด็กน้อยบนซาเล้งกำลังคิดว่า เขาหิว แม่หิวไหม ทำไมเขายังกลับไม่ถึงบ้าน ในขณะที่แม่ผู้ยากจนกำลังคิดว่า "ทำไมคนเราเกิดมาเหมือนกัน แต่ความเป็นคน ไม่เท่ากัน" เรื่องราวเหล่านี้เกิดขึ้นทุกหนทุกแห่งในโลกใบนี้ เกิดซ้ำไปซ้ำมาทุกวันจนเหมือนการฉายหนังซ้ำไปมาจนเป็นปกติ ไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไป ฐานะของคนเก็บขยะ, หรือคนจน ในความหมายของบริบทนี้, ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง ดั่งการเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาเลย อีกทั้งเพราะโลกบูดๆ เบี้ยวๆ ใบนี้มีความไม่แน่นอนสูงมาก ดังนั้นแทบทุกวิกฤติ มนุษย์เงินเดือนอาจตกงาน คนปกติอาจกลายเป็นคนด้อยโอกาส และคนด้อยโอกาส จะยิ่งด้อยโอกาสยิ่งขึ้น บางคนแทบไม่รู้เลยว่า โลกเปลี่ยนแปลงเร็วมากจนทำให้คนที่ไม่ได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างเป็นจริงเป็นจัง กลายเป็นคนล้าหลัง ทุกอย่างที่เราเคยทำเหมือนเดิม มันไม่ได้เหมือนเดิมอีกต่อไป โลกหมุนเร็วเท่าเดิม แต่การส่งคำสั่งความคิดของคนทำได้อย่างรวดเร็วขึ้นมาก มากขึ้นจริงๆ 2-3 ปีที่ผ่านไป รวมไปถึง 2-3 ปีที่กำลังจะมาถึงนี้ อาจทำให้คนที่ทำอะไรเหมือนเดิม มีชีวิตที่ไม่เหมือนเดิม Note ที่ผมกำลังเขียนอยู่นี้ ถูกเขียนวันที่ 1 มกราคม 2012 เวลา 21:03 ที่เราเพิ่งดู TV การ countdown เข้าสู่ปีใหม่เมื่อไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง ตอนนี้ วันที่ 1 มกราคม 2012 กำลังจะผ่านไป อีกไม่ถึง 2 ชั่วโมงเอง
ถ้าตอนนี้ วันที่ 1 มกราคม 2012 กำลังจะผ่านไป นั่นคือ อีก 1 วันของชีวิต กำลังจะผ่านไป
ถ้าเราไม่ได้ทำอะไร ที่มากกว่า หรือแตกต่างไปกว่า หรือดีกว่า วันอื่นๆ ที่เราเคยทำเมื่อปี 2011 หรือปีก่อนๆ หน้านั้น
การขึ้นปีใหม่ 2012 มันจะไม่มีประโยชน์ใดๆ เลย
ดังนั้น หากใครคิดจะให้ของขวัญปีใหม่กับตัวเอง ลองถามตัวเองซิว่า ...
วันนี้ ดีกว่าเมื่อวาน ยังไง
วันนี้ ทำอะไรที่ดีกว่าเมื่อวาน ยังไง
วันนี้ เราได้เตรียมอะไรสำหรับการมาถึงของพรุ่งนี้ ยังไง
และ วันนี้ เป็นหนึ่งในหลายๆ วันของการตอบคำถามตัวเอง ถึงการเดินหน้าไปสู่อนาคต หรือไม่
สิ่งสำคัญที่สุด ในความสำเร็จของมนุษย์คือ "คิดแล้วต้องทำ" ถ้าคิดอะไรดีๆ แล้วไม่ทำ มันก็ไม่ต่างอะไรกับคนเพ้อฝัน ชีวิตแต่ละวันจะผ่านไปอย่างไม่มีความหมาย
การเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ หรือการทำอะไรต่อไป ไม่จำเป็นต้องรอการมาถึงของวันพรุ่งนี้ พรุ่งนี้มาถึงแน่ถ้าเราไม่ตายซะก่อน แต่พรุ่งนี้จะดีกว่ามันนี้หรือไม่ นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องคิด และต้องทำ (เพราะคิดแล้วไม่ทำ มัน useless)
พระเจ้า หมุนโลกรอบดวงอาทิตย์ให้พวกเราทุกคนแล้ว งานที่เหลือก็เรานี่แหละ จะกำหนดการหมุนของตัวเรา ในโลกที่หมุนได้ไม่มีวันเหนื่อยใบนี้ ได้อย่างไร
สวัสดีปีใหม่ 2012 ครับ // Hat